หน้าแรก ต่างประเทศ ผู้ว่าการรัฐพ...

ผู้ว่าการรัฐพิหาร เปิดทำเนียบรับ ‘ธรรมยาตรา 4’ กระชับมือ สถาบันโพธิคยาฯ ประกาศ ‘ศตวรรษแห่งธรรม’

3.12.24 | 11:47 น.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ทำเนียบผู้ว่าการรัฐพิหาร เมืองปัฏนะ สาธารณรัฐอินเดีย

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 นำโดย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯ, ดร.อภัย จันทนะจุลกะ รองประธาน, นายเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการ, นายสุรพล มณีพงษ์ รองเลขาธิการ, นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล กรรมการบริหาร, นายวรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการบริหาร, ดร.อัจฉราวดี แมนชาติ ผู้ช่วยเลขาธิการ และคณะ

ร่วมด้วย ศูนย์ศึกษาอินเดียแห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำโดย ดร.ปิยะมาศ ทัพมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์ฝ่ายบริการวิชาการ และ ดร.ศิริสุดา แสนอิว รองผู้อำนวยการศูนย์ฝ่ายบริหาร, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมวิชัย อุบลราชธานีเมืองกรรมฐานโลก ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และภริยา เข้าเยี่ยมคารวะ นายราเชนทร์ อัรเลกัร ผู้ว่าการรัฐพิหาร เนื่องในการดำเนินโครงการ ‘ธรรมยาตราครั้งที่ 4 ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา’ ซึ่งจะมีการประกาศ ‘ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม’ (Declaration of The Dhamma Century) ที่วัดมหาโพธิ พุทธคยา รัฐพิหาร ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

Advertisement

ในการนี้ มีตัวแทนจากองค์กรเครือข่ายเข้าร่วม อาทิ Jangchup Choeden เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธนานาชาติ (IBC), Dr. Chandan Kumar ที่ปรึกษา IBC และ ดร. อาชิช ภเว ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมศึกษานานาชาติ (ICCS) เป็นต้น ท่ามกลางสื่อมวลชนท้องถิ่นที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

โดยเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. นายราเชนทร์ อัรเลกัร ผู้ว่าการรัฐพิหาร, ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และ Jangchup Choeden เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธนานาชาติ (IBC) ร่วมกันจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น มีการกล่าวรายงานเกี่ยวกับความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของ ‘ธรรมยาตรา ครั้งที่ 4’ และเปิดวีดีทัศน์แนะนำสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 รวมถึงความสำเร็จของ ‘ธรรมยาตรา’ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2017-2019 ในประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงธรรมยาตราครั้งที่ 3 ซึ่งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ จากอินเดียไปประดิษฐานยังประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีผู้เข้าสักการะกว่า 5 ล้านคน

จากนั้น Jangchup Choeden เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธนานาชาติ (IBC) ขึ้นกล่าวขอบคุณนายราเชนทร์ อัรเลกัร ผู้ว่าการรัฐพิหาร พร้อมระบุถึงที่มาของชื่อรัฐพิหาร ว่ามาจากคำว่า ‘วิหาร’ สถาปัตยกรรมในพุทธศาสนา รวมถึงชื่นชมดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ที่ทำให้เกิดโครงการธรรมยาตราขึ้น ส่วนตัวมีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากประเทศไทย โดยเมื่อต้นปี 2567 ได้เดินทางไปยังวัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุไปประดิษฐานชั่วคราว ตนได้เห็นภาพของผู้คนที่ต่อแถวยาวนานนับชั่วโมงเพื่อรอเข้าสักการะ โดยในวันนี้ ‘ธรรมยาตราครั้งที่ 4’ สร้างหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ขึ้นด้วยการเตรียมประกาศศตวรรษแห่งธรรม การทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เราต้องทำงานหนัก มีความรัก ความเมตตาต่อกัน

ด้าน ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ กล่าวว่า วันนี้เราคิกออฟธรรมยาตรา ครั้งที่ 4 ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา บนแผ่นดินชมพูทวีป ซึ่งตนถือว่าเป็น ‘บ้าน’ เนื่องจากเมื่อราว 18 ปีก่อน เปรียบเสมือนตน ‘เกิด’ ที่นี่ เริ่มต้นการเรียนรู้บนแผ่นดินนี้ และยังได้รู้ซึ้งถึงบางสิ่งใต้ต้นโพธิ์ จึงปรารถนาที่จะกระทำบางอย่างเพื่อแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่นี้ ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาอินเดียบ่อยครั้ง บางครั้งอยู่นาน 3 สัปดาห์เพื่อเรียนรู้ธรรม

นอกจากนี้ ตนยังได้ตระหนักถึงวิสัยทัศน์ของพระเจ้าอโศกมหาราชซึ่งโปรดให้สมณทูต 9 สายเดินทางออกเผยแผ่พุทธศาสนา โดยสมณทูตสายที่ 8 ได้แก่ พระโสณะ และพระอุตระ มุ่งสู่สุวรรณภูมิ คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำโขงยังคงนับถือศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นไทย, ลาว, กัมพูชา, เมียนมา รวมถึงเวียดนาม

ดร.สุภชัย ยังกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการมุ่งสร้างศตวรรษแห่งธรรม จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ที่กล่าววาทะถึง ‘ศควรรษแห่งเอเชีย’ โดยตนได้ทราบถึงประเด็นดังกล่าวจากนายนาเกซ ซิงก์ เอกอัครราขทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ตนคิดว่า นั่นคือความฝันของตนเช่นกัน

จากนั้น นายราเชนทร์ อัรเลกัร ผู้ว่าการรัฐพิหาร กล่าวต้อนรับคณะเดินทางจากประเทศไทย อีกทั้งกล่าวถึงความประทับใจในสุนทรพจน์ของ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชัย 980 รวมถึงวีดีทัศน์ที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมธรรมยาตราครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุที่อัญเชิญไปจากอินเดีย ระหว่าง 22 มีนาคม-19 มีนาคม 2567 ซึ่งนายราเชนทร์ ได้เดินทางไปยังประเทศไทยในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะในครั้งนั้นด้วย

นายราเชนทร์ ยังกล่าวถึงหลักธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และจุดร่วมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนไทยและอินเดียซึ่งนับว่ามีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน

ในการนี้ นายราเชนทร์ ได้มอบ ‘เสาพระเจ้าอโศกมหาราช’ จำลอง แกะสลักจากไม้ เป็นของที่ระลึกแด่คณะธรรมยาตราครั้งที่ 4 โดยเสาดังกล่าวมีหัวเสารูปสิงห์ 4 ตัว ยืนหันหลังชนกันบนธรรมจักรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธรรมะ สลับด้วยสัตว์ประจำทิศทั้ง 4 คือ ช้าง ม้า โค สิงห์ (ทิศตะวันออก, ทิศใต้, ทิศตะวันตก และทิศเหนือ ตามลำดับ ถัดลงไปเป็นบัวหัวเสาทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของหัวเสาในศิลปะอินเดียโบราณ

ด้าน ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ มอบเข็มกลัด ‘Dhamma Century’ เนื่องในโครงการธรรมยาตราครั้งที่ 4 ประกาศศตวรรษแห่งธรรม รวมถึงประติมากรรม ‘ชีวกโกมารภัจจ์’ แพทย์ประจำพระองค์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งปรากฏในพระไตรปิฎกและคัมภีร์มูลสรวาสติวาทวินยวัสต