รบ. เมืองน้ำหอมถูกโค่น! พรรคขวาจัด-ซ้ายจับมือ ลงมติไม่ไว้วางใจ ทำนายกฯ หลุดตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พรรคฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจัดในสภาฝรั่งเศสร่วมกันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังจากที่นายมิเชล บาร์นิเยร์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ใช้อำนาจพิเศษทางรัฐธรรมนูญเพื่อผ่านร่างเพื่อลดการใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อให้คลังมีเงินมากขึ้น 60,000 ล้านยูโร โดยไม่ผ่านเสียงในสภา โดยบาร์นิเยร์ได้รับเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งสิ้น 331 เสียง ซึ่งต้องการ 288 เสียงเป็นอย่างน้อย ทำให้บาร์นิเยร์ และคณะรัฐมนตรีปัจจุบันจำเป็นต้องลาออก
การลงมติไม่ไว้วางใจอย่างเป็นจำนวนมากที่ทำให้รัฐบาลต้องลาออกนั้น นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1962 และยังทำให้ฝรั่งเศสเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดทำงบประมาณปี 2025 ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยืนยันว่าเขาจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีไปจนถึงปี 2027 อย่างไรก็ดี เขาจำเป็นต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้เกิดความแตกแยกภายในสภาอย่างหนัก ขณะที่พรรคฝ่ายซ้ายอย่างฟรานซ์อันโบว์ดเรียกร้องให้มาครงลาออกด้วย
คณะทำงานของมาครงกล่าวว่า เขาจะออกแถลงในกรณีนี้ในช่วงเย็นของวันที่ 5 ธันวาคม โดยมีแนวโน้มว่าบาร์นิเยร์จะลาออกอย่างเป็นทางการภายในตอนนั้น ซึ่งจะทำให้บาร์นิเยร์ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีวาระดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดของฝรั่งเศสด้วย
บาร์นิเยร์กล่าวก่อนการลงมติไม่ไว้วางใจว่า ถือว่าเป็นเกียรติที่ผมได้รับใช้ประเทศฝรั่งเศสและพลเมืองชาวฝรั่งเศสด้วยศักดิ์ศรี และกล่าวด้วยว่า การลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะทำให้ทุกๆ อย่างตึงเครียดมากขึ้นและลำบากมากขึ้นด้วย นี่เป็นสิ่งที่ตนมั่นใจ
ความปั่นป่วนทางการเมืองของฝรั่งเศสในครั้งนี้จะสั่นคลอนความเข้มแข็งของสหภาพยุโรป ที่กำลังเผชิญกับการที่รัฐบาลผสมของเยอรมนีที่ล่มสลายและการกลับเขาสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ในเดือนมกราคม 2025 โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าความวุ่นวายในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนที่ฝรั่งเศสให้กับยูเครนด้วย

