หน้าแรก ต่างประเทศ โฟกัสโลกรอบสั...

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : การดิ้นรนของ ‘ปธน.ยุน ซอกยอล’ ผู้พลิกวิกฤตให้เป็นวินาศ

9.12.24 | 06:30 น.
REUTERS

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: การดิ้นรนของ ‘ปธน.ยุน ซอกยอล’ ผู้พลิกวิกฤตให้เป็นวินาศ

การถูกสอบสวนช่วงที่คะแนนนิยมตกต่ำถึงขีดสุด และปัญหาต่างๆ ถาโถมรุมเร้า เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสถานการณ์ที่ผู้นำประเทศทุกคนอาจเคยเผชิญมาก่อน แต่คงไม่มีใครทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วให้วิกฤตหนักขึ้นไปอีกได้เท่ากับ นายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ได้ประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1979 หรือกว่า 40 ปีมาแล้วเมื่อกลางดึกวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา จนทำให้เกิดความโกลาหลไปทั้งประเทศ และนำไปสู่การยื่นถอดถอนยุนให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในวันที่ 7 ธันวาคม รายงานฉบับนี้จะมาสรุปสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ประธานาธิบดียุนคิดอะไรอยู่กันแน่?

ประธานาธิบดียุนของเกาหลีใต้เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักมาสักระยะแล้ว เขามีคะแนนนิยมต่ำมาโดยตลอดนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 2022 จนคะแนนนิยมแตะจุดต่ำสุดเพียง 17% ในต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เท่านั้นไม่พอ ปัญหาและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ถาโถมเข้ามาหารัฐบาลของยุน ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฎกรรมเหยียบกันเสียชีวิตที่ย่านอิแทวอนในเทศกาลวันฮาโลวีนปี 2022 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน บวกกับเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ชะลอตัวลง ประธานาธิบดียุนใช้สิทธิวีโต้ร่างกฎหมายที่จะปูทางไปสู่การสอบสวนพิเศษถึงการที่ นางคิม กอนฮี ภรรยาและสตรีหมายเลขหนึ่งของเขาในข้อหาปั่นหุ้น รวมถึงรับสินบนเป็นกระเป๋าดิออร์มูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการละเมิดระเบียบทางจริยธรรมของรัฐบาล

REUTERS

ประธานาธิบดียุนและพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ของเขาตกที่นั่งลำบากยิ่งไปกว่าเดิมเมื่อพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนเมษายนที่ผ่านมาแบบแลนด์สไลด์ พรรคฝ่ายค้านในสภาได้ตัดงบประมาณที่รัฐบาลและพรรคพีพีพีเสนอ ซึ่งร่างงบประมาณดังกล่าวไม่สามารถถูกวีโต้ได้ ในขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านก็เตรียมที่จะยื่นถอดถอนสมาชิกคณะรัฐมนตรีหลังล้มเหลวในการสอบสวนสตรีหมายเลขหนึ่ง ส่วนยุนก็ตกเป็นเป้าของการยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเช่นกัน

ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่มากขึ้นยุนกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 3 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น ยุนได้ประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึก โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องเกาหลีใต้จากภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ยุนยังบอกว่ารัฐสภาได้กลายเป็นบ้านของอาชญากรพร้อมกับตราหน้าพรรคฝ่ายค้านอีกว่าเป็นกองกำลังต่อต้านชาติซึ่งฝักใฝ่เกาหลีเหนือที่มีเจตนาโค่นล้มระบอบการปกครองของประเทศ และการประกาศกฎอัยการศึกนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อเป็นหลักประกันความต่อเนื่องของเกาหลีใต้ที่มีแนวคิดเสรีนิยม การประกาศกฎอัยการศึกได้สั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด รวมถึงกิจกรรมของรัฐสภา และการรายงานของสื่อจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม แต่กฎอัยการศึกก็ไม่สามารถหยุดไม่ให้ประชาชนนับพันคนมาประท้วงที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปยังอาคารรัฐสภาและบริเวณโดยรอบ เช่นเดียวกับสมาชิกสภาหลายคนต่างพยายามเข้าไปในตัวอาคาร หลายคนถึงขนาดต้องปีนรั้วเข้าไปในอาคารเพื่อโหวตญัตติยกเลิกกฎอัยการศึกซึ่งรัฐสภามีมติเอกฉันท์ผ่านญัตติยกเลิกกฎอัยการศึกได้ในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม ต่อมาทหารได้ถอนกำลังออกจากอาคารรัฐสภา และท้ายที่สุดประธานาธิบดียุนได้ประกาศผ่านทางโทรทัศน์ยกเลิกกฎอัยการศึกในเวลา 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุมที่ยังคงรวมตัวอยู่ด้านนอกอาคารรัฐสภา

Advertisement

ประชาชนที่ไม่พอใจได้ออกมาชุมชุมมากขึ้นที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีและจตุรัสกวางฮวามุนเพื่อกดดันให้ยุนลาออกจากตำแหน่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลยุนหลายคนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว รวมถึง นายคิม ยองฮยอน รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งตามข้อมูลการยื่นถอดถอนประธานาธิบดียุนระบุว่า นายคิมเป็นคนเสนอให้ประธานาธิบดียุนประกาศกฎอัยการศึก และเป็นคนสั่งการให้มีการส่งทหารเข้าไปยังอาคารรัฐสภา สมาชิกพรรคประชาธิปไตยได้เสนอให้มีการลงมติสภายื่นถอดถอนประธานาธิบดียุนในเวลา 19.00 น.ของวันที่ 7 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยบอกว่าการประกาศกฎอัยการศึกของยุนมีเจตนาที่จะหลบเลี่ยงการถูกสอบสวนถึงการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเองและสมาชิกครอบครัว คะแนนนิยมต่อสาธารณชนที่ย่ำแย่อยู่แล้วได้ดำดิ่งลงไปเหลือเพียง 13% ในวันที่ 6 ธันวาคม เช่นเดียวกับแรงสนับสนุนภายในพรรคพีพีพีของเขาเอง ในช่วงแรกพรรคพีพีพีของยุนประกาศว่าจะคัดค้านญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุน แต่ล่าสุดหัวหน้าพรรคพีพีพีมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ายุนได้สั่งให้มีการจับกุมนักการเมืองคนสำคัญในข้อหาต่อต้านรัฐในขณะที่ประกาศกฎอัยการศึก จึงได้เชิญให้ยุนลาออกจากพรรคและระงับการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงชาวเกาหลีใต้อาจตกอยู่ในอันตรายหากยุนยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปเพราะเขาอาจประกาศกฎอัยการศึกอีกครั้ง

ผู้ประท้วงจำนวนมากที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงโซล ถือป้ายเรียกร้องให้มีการถอดถอนนายยุน ซอกยอลออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในวันที่ 7 ธันวาคม (รอยเตอร์)

ลึกๆ แล้วเชื่อว่าประธานาธิบดีเกาหลีใต้กลัวการถูกดำเนินคดี เพราะผู้ดำรงตำแหน่งหลายคนไม่ว่าจะเป็น พัค กึนฮเย, โร มูฮยอน, อี มยองบัก ต่างถูกสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาคอร์รัปชั่นทั้งสิ้น แต่ทุกคนคงประหลาดใจที่ประธานาธิบดียุนประกาศใช้กฎอัยการศึก เพราะรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ระบุว่าประธานาธิบดีมีสิทธิที่จะประกาศกฎอัยการศึกในหากประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามหรือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ แต่มรสุมทางการเมืองของตนเองไม่นับเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ การใช้กฎอัยการศึกโดยไม่จำเป็นเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบร้ายแรงตามมาที่อาจทำให้ยุนกระเด็นตกเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เร็วกว่าเดิม

Leif-Eric Easley ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในกรุงโซลให้ความเห็นว่า การประกาศกฎอัยการศึกของยุนเป็นการทำเกินขอบเขตของกฎหมายและเป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่ผิดพลาด ยุนดูเหมือนนักการเมืองที่กำลังถูกฝ่ายตรงข้ามปิดล้อม เขาพยายามดิ้นตัวเองให้หลุดจากเรื่องอื้อฉาว ปัญหาในการบริหารรัฐบาลในสภาที่พรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก และการเรียกร้องให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ยิ่งทำให้ปัญหาต่างๆ เลวร้ายกว่าเดิม เช่นเดียวกับ นายซิดนีย์ เซย์เลอร์ จากสถาบันคลังสมอง ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ ให้ความเห็นว่าการประกาศกฎอัยการศึกนั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของยุนต่อการที่พรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในสภา โดยเปรียบเทียบว่ายุนไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป เหมือนการขว้างบอล “Hail Mary” ของควอเตอร์แบ็คในอเมริกันฟุตบอลที่โอกาสประสบความสำเร็จน้อยมาก

นี่เป็นการเดินหมากที่ผิดพลาดอย่างยิ่งจนอาจเป็นจุดจบในอาชีพการเมืองของชายที่ชื่อยุน ซอกยอล และอาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของพรรคพีพีพีในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งยังเป็นบทเรียนให้แก่ผู้นำคนอื่นๆ ว่าท่ามกลางสภาวะกดดัน แม้ทุกคนอาจมีวิธีการแก้ปัญหาของตัวเอง แต่อย่าผลีผลามจนอาจทำให้ตัวเองถึงฆาตแบบยุน ซอกยอล