หน้าแรก ต่างประเทศ ไบเดนประกาศจั...

ไบเดนประกาศจับมือพันธมิตรในซีเรีย รับมือความเสี่ยง หลังรบ.อัสซาดถูกโค่น

9.12.24 | 11:18 น.
AP

ไบเดนประกาศจับมือพันธมิตรในซีเรีย รับมือความเสี่ยง หลังรบ.อัสซาดถูกโค่น

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในซีเรียเพื่อคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นหลังจากนักรบฝ่ายต่อต้านสามารถโค่นล้มรัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย

“ในที่สุดระบอบการปกครองของอัสซาดก็ล่มสลาย” ไบเดนกล่าว และว่า ซีเรียอยู่ในช่วงเวลาของความเสี่ยงและความไม่แน่นอน และเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ทั้งรัสเซีย อิหร่าน และฮิซบอลเลาะห์ต่างมีบทบาทที่มีอิทธิพลในซีเรีย แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาการสนับสนุนของทั้งสามฝ่ายลดลง เนื่องจากทั้งหมดต่างอ่อนแอลงมากในปัจจุบันเมื่อเทียบกับตอนที่เขาเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2021

“ซีเรียเผชิญกับช่วงเวลาของความเสี่ยงและความไม่แน่นอน และสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่เราทุกคนหันมาสนใจคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป สหรัฐจะทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในซีเรีย เพื่อช่วยให้พวกเขาคว้าโอกาสในการจัดการกับความเสี่ยง” ไบเดนกล่าว

ไบเดนและผู้ช่วยระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์ในรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในตะวันออกกลางหลังกองกำลังกบฏสามารถขับไล่อัสซาดออกนอกประเทศโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐย้ำว่า สหรัฐไม่มีแผนที่จะเสนอพิมพ์เขียวสำหรับซีเรียในอนาคต เพราะอนาคตของซีเรียจะต้องถูกเขียนขึ้นโดยชาวซีเรียเอง นอกจากนี้สหรัฐยังจับตาดูกลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม (เอชทีเอส) ที่ขับไล่ประธานาธิบดีอัสซาดอย่างใกล้ชิด และขณะนี้กลุ่มดังกล่าวกำลังพูดสิ่งที่ถูกต้อง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในซีเรีย

Advertisement

สหรัฐยังบอกด้วยว่า พวกเขาจะทำงานเพื่อรับประกันความปลอดภัยของคลังอาวุธเคมีในซีเรีย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ดีกองกำลังสหรัฐจะไม่มีบทบาทในความพยายามนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐน่าจะยังคงกำลังทหาราว 900 นายไว้ในซีเรียตะวันออก เพื่อป้องกันกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส)

ไบเดนกล่าวว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีแบบพุ่งเป้าหลายสิบครั้งในซีเรียเมื่อวันอาทิตย์ โดยกำหนดเป้าหมายที่ค่ายและศูนย์ปฏิบัติงานของไอเอส เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายกลับมารวมตัวกันเพื่อก่อความวุ่นวายได้อีกครั้ง พร้อมกับระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสครั้งประวัติศาสตร์สำหรับประชาชนชาวซีเรียที่ต้องทนทุกข์ทรมานมานานเพื่อการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศของพวกเขา