ตัวเลขส่งออกจีน พ.ย.ชะลอตัว นำเข้าลด เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
ตัวเลขล่าสุดของภาพรวมเศรษฐกิจจีนในเดือนพฤศจิกายนบ่งชี้ว่า การส่งออกชะลอตัว ขณะที่การนำเข้าลดลงกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอแม้ว่าผู้นำประเทศพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 บวกกับความพยายามที่จะปิดล้อมจีนทางเศรษฐกิจโดยชาติตะวันตก
ข้อมูลด้านศุลกากรที่มีการเผยแพร่ในวันที่ 10 ธันวาคม ชี้ว่า การส่งออกของจีนเติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ถือว่าตัวเลขลดลงเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมที่ตัวเลขการส่งออกจีนเพิ่มขึ้น 12.7% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขส่งออกของจีนในเดือนดังกล่าวน่าจะอยู่ที่มากกว่า 8%
ขณะที่การนำเข้าลดลง 3.9% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอจากภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ตัวเลขส่งออกที่มากกว่าการนำเข้าทำให้จีนได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 9.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์บางคนมองว่า ตัวเลขที่ชะลอตัวลงดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงชั่วคราว โดยจี้ชุน หวง จากแคปิตอล อิโคโนมิคส์ คาดว่าการส่งออกจากเพิ่มขึ้นอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมีปัจจัยผลักดันจากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และผู้ส่งออกที่จะเร่งดำเนินการก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แม้ว่าการนำเข้าในเดือนพฤศจิกายนลดลง แต่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้นจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยทำให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นด้วย เพราะผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรน่าจะเริ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2025
ตัวเลขการส่งออกสินค้าจีนไปยังสหรัฐเติบโตขึ้น 8% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 7.2% แต่การส่งออกไปรัสเซียลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม ซึ่งการส่งออกไปรัสเซียเพิ่มขึ้น 27% การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อสินค้าที่อาจถูกนำไปใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการที่บริษัทจีนบางแห่งถูกสหรัฐกล่าวหาว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร
อีกสัญญาณของอุปสงค์ที่ซบเซาคืออัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคในเดือนพฤศจิกายนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 0.2% ลดลงจาก 0.3% ในเดือนก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากราคาอาหารที่ลดลง
ปลายเดือนพฤศจิกายน การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมของโรงงานต่างๆ ในจีนขยายตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50.3 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการเติบโต ขณะที่ตัวเลขต่ำกว่า 50 แสดงถึงการหดตัว โดยนักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในภาคโรงงานสะท้อนถึงความพยายามที่จะเอาชนะภาษีที่สูงขึ้น

