
กบฏซีเรีย ตั้งนายกฯรักษาการ ลั่นทำหน้าที่ถึง 1 มี.ค.ปีหน้า มะกันจี้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ตั้งรบ.เฉพาะกาล
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ในประเทศซีเรียหลังการโค่นล้มระบอบปกครองที่กดขี่ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดว่า นายโมฮัมเหม็ด อัล-บาชีร์ ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากกองกำลังกบฏนำโดยกลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม(เอชทีเอส) ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีของซีเรียเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อนำรัฐบาลเฉพาะกาลกำกับดูแลในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของซีเรีย ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับเสถียรภาพและความสงบในประเทศ และกล่าวว่าเขาจะเป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลไปจนถึงวันที่ 1 มีนาคมปีหน้า
“วันนี้เราได้จัดประชุมคณะรัฐมนตรี ที่รวมถึงทีมงานจากรัฐบาลกู้ชาติซึ่งทำงานอยู่ในเมืองอิดลิบและพื้นที่ใกล้เคียง และรัฐบาลจากระบอบที่ถูกโค่นล้ม” นายอัล-บาชีร์กล่าว ทั้งนี้ นายอัล-บาชีร์ เป็นผู้นำรัฐบาลกู้ชาติที่นำโดยกลุ่มกบฎ ซึ่งเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในซีเรีย ก่อนที่กองกำลังกบฏจะบุกตีเมืองต่างๆ และเข้ายึดกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 12 วัน
ขณะที่มีเสียงเรียกร้องจากสหรัฐอเมริกาให้กลุ่มเอชทีเอสไม่รับการเป็นผู้นำประเทศโดยอัตโนมัติ แต่ขอให้ดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล โดยนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ แถลงว่า รัฐบาลชุดใหม่จะต้องสนับสนุนความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการเคารพสิทธิของชนกลุ่มน้อยอย่างเต็มที่ อำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ทุกคนที่ต้องการ และป้องกันซีเรียจากการถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของการก่อการร้ายหรือก่อภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้าน
มีรายงานว่า ร้านรวงและธนาคารต่างๆ ในกรุงดามัสกัสกลับมาเปิดทำการตามปกติแล้ว ในขณะที่มีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่หนีภัยสงครามกลางเมืองที่ครอบงำประเทศมานานกว่าทศวรรษ ต่างยังคงทยอยเดินทางกลับถิ่นฐานของตนในซีเรียเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม
ขณะที่อิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มฐานทัพต่างๆ ของซีเรียที่กองทัพอิสราเอลระบุว่าในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาเครื่องบินรบอิสราเอลได้ถล่มโจมตีคลังอาวุธเชิงยุทธวิธีของซีเรียมากกว่า 350 ระลอก ที่รวมถึงเครื่องบินรบ สนามบิน แหล่งผลิตอาวุธและขีปนาวุธ นอกจากนี้กองทัพอิสราเอลยังได้โจมตีกองเรือรบของซีเรีย 15 ลำที่เมืองท่าอัล-เบย์ดาและลาตาเกียด้วย
ทางการอิสราเอลชี้ว่าการโจมตีเป้าหมายทั่วซีเรียของอิสราเอลนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะทำลายอาวุธทางยุทธวิธีและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกองทัพซีเรีย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มกบฏที่โค่นอำนาจนายอัสซาดนำไปใช้ได้
“เราไม่มีเจตนาที่จะแทรกแซงกิจการภายในของซีเรีย แต่เรามีความมุ่งมั่นที่ชัดเจนว่าจะทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของเรา” นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าว และว่า ตนได้สั่งให้กองทัพอากาศทิ้งระเบิดโจมตีขีดความสามารถทางทหารที่กองทัพซีเรียหลงเหลือทิ้งไว้ เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของนักรบญิฮาด
