
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ตุรกีออกแถลงการณ์ตอบโต้สหภาพยุโรป (อียู) หลังจากที่อียูวิพากษ์วิจารณ์ตุรกีในเรื่องวิกฤตความสัมพันธ์กับเนเธอร์แลนด์ โดยระบุว่าคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่มีคุณค่ากับตุรกี
“แถลงการณ์ที่คิดตื้นๆ ของอียูไม่มีคุณค่าสำหรับประเทศเรา” แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศตุรกีระบุ
รัฐบาลตุรกีระบุว่า แทนที่จะพยายามทำให้สถานการณ์สงบลง อียูกลับ “ให้คุณค่ากับความหวาดกลัวชาวต่างชาติและอารมณ์ความรู้สึกต่อต้านตุรกี” โดยการเลือกอยู่ข้างเดียวกับประเทศที่ละเมิดกฎหมายและข้อตกลงทางการทูต
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม อียูเรียกร้องให้ตุรกีงดเว้นการแสดงความเห็นที่สุดโต่ง หลังจากที่ประธานาธิบดีเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ของตุรกี กล่าวหาเนเธอร์แลนด์ว่ามีพฤติกรรมเหมือนกับนาซี
ความตึงเครียดระหว่างตุรกีและชาติสมาชิกอียูพุ่งสูงขึ้น หลังเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ต่างสกัดกั้นไม่ให้รัฐมนตรีของตุรกีปราศรัยในต่างแดนเพื่อหาเสียงสนับสนุนการลงประชามติเพิ่มอำนาจให้ประธานาธิบดีแอร์โดอานซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 เมษายนนี้
รัฐบาลตุรกีโกรธมากหลังจากที่เนเธอร์แลนด์ห้ามเครื่องบินของรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีลงจอดในเนเธอร์แลนด์และเชิญรัฐมนตรีกิจการวางแผนครอบครัวออกจากประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่ตุรกีตอบโต้ด้วยการระงับความสัมพันธ์ระดับสูงกับเนเธอร์แลนด์และห้ามไม่ให้นายคีส คอร์เนลิส ฟาน ไรจ์ ทูตเนเธอร์แลนด์ประจำตุรกีที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจนอกประเทศเดินทางกลับเข้ามายังตุรกี
นอกจากนี้ นายแอร์โดอานยังกล่าวหานางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีด้วยว่า “ให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย” ขณะที่นายสเตฟเฟน ไซแบร์ต โฆษกของนางแมร์เคิลระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระ
