ทรัมป์กร้าวใช้กองทัพไล่ผู้อพยพ – โพลชี้มะกัน 53% เห็นด้วย เนรเทศคนเข้าประเทศผิดกฎหมาย
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์ภายใต้หัวข้อที่เขาได้รับตำแหน่งบุคคลแห่งปี เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมว่า เขาจะใช้กองทัพทหารเพื่อดำเนินมาตรการขับไล่ผู้อพยพที่เข้ามาในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายสหรัฐ กองทัพไม่สามารถเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการภายในประเทศได้ ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างว่า การที่มีผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐอย่างผิดกฎหมายเปรียบเสมือนการรุกรานที่จำเป็นต้องถูกยุติลง
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าผู้อพยพจำนวนมากถือเป็นการรุกรานดินแดนสหรัฐ ทางรัฐบาลจะใช้กองกําลังป้องกันชาติในการจัดการกับเรื่องนี้ในกรอบของกฎหมาย”
รัฐบาลภายใต้พรรครีพับลิกันและเดโมแครตเคยใช้กองกำลังป้องกันชาติตั้งด่านบริเวณชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก แต่ยังไม่เคยมีการใช้กองกำลังดังกล่าวเพื่อดำเนินการจับกุม
นายทอม โฮแมน ว่าที่ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) กล่าวต่อสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมว่า “พวกเราต้องการการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมเป็นอย่างมากในเรื่องการขนย้าย โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การกรองข่าว ตลอดจนการกำหนดเป้าหมาย กระนั้นก็ดี ทาง ICE จะรับผิดชอบในส่วนของการจับกุมตัว”
ในขณะเดียวกัน ผลโพลรอยเตอร์/อิปซอส ชี้ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ต้อนรับผู้อพยพให้เข้าสหรัฐมีจำนวนลดลง 33% ของผู้เข้ารับการสำรวจระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม คิดว่าผู้อพยพเกือบทั้งหมดจนถึงจำนวนทั้งหมดที่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย ควรได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในสหรัฐ ซึ่งลดลงการสำรวจเมื่อปี 2017 ที่เคยมีตัวเลข 39% ขณะที่ 53% ระบุว่าผู้อพยพเกือบทั้งหมดจนถึงจำนวนทั้งหมดควรถูกเนรเทศออกไปจากสหรัฐ เพิ่มขึ้นมา 2% จากผลการสำรวจปี 2017 ที่ตัวเลข 51% อีกทั้ง กลุ่มสำรวจที่ไม่แน่ใจว่าควรจะอนุญาตให้ผู้อพยพที่ผิดกฎหมายสามารถอาศัยอยู่ในสหรัฐหรือไม่ขึ้นมาที่ตัวเลข 14% จาก 9%
นอกจากนี้ 30% ของผู้รับการสำรวจเห็นด้วยว่า ผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายควรถูกจับกุมตัวและอยู่ในค่ายกักกันระหว่างรอการพิจารณาว่าควรถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางหรือไม่ ในขณะ 53% ไม่เห็นด้วย อีก 17% คือกลุ่มที่ระบุว่าตนไม่แน่ใจ รวมถึงผู้ที่ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้

