หน้าแรก ต่างประเทศ ไซโคลนชิโดถล่...

ไซโคลนชิโดถล่มหมู่เกาะมายอต แรงสุดรอบศตวรรษ คาดดับหลายร้อยหรือเหยียบหลายพัน

16.12.24 | 08:36 น.
AFP

ไซโคลนชิโดถล่มหมู่เกาะมายอต แรงสุดรอบศตวรรษ คาดดับหลายร้อยหรือเหยียบหลายพัน

หมู่เกาะมายอต ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย โดยพายุไซโคลนชิโดพัดถล่ม นายฟรองซังส์-ซาเวียร์ บิเยอวีย์ ผู้ว่าราชการหมู่เกาะมายอต ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า ยังเป็นเรื่องยากที่จะระบุจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้ในขณะนี้ แต่เขาคิดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตหลายร้อย หรืออาจจะถึงหลายพันรายก็เป็นได้

บิเยอวีย์กล่าวว่า พายุไซโคลนชิโดพัดถล่มมายอตเมื่อคืนด้วยความเร็วลมมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน อาคารของรัฐบาล ไปจนถึงโรงพยาบาล ขณะที่นักพยากรณ์อากาศระบุว่า มันถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 90 ปีที่พัดถล่มเกาะแห่งนี้

โมฮัมเหม็ด อิชมาเอล ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในมามูดซู เมืองเอกของมายอตกล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่เป็นโศกนาฏกรรม คุณรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านสงครามนิวเคลียร์มา และเห็นเพื่อนบ้านทั้งหมดหายไป

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ส่งความห่วงใยยังเพื่อนร่วมชาติในมายอตซึ่งต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด บางคนต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสกล่าวว่า การระบุจำนวนผู้เสียชีวิตค่อนข้างซับซ้อน เพราะประชากรของมายอตเป็นมุสลิม ซึ่งจะต้องทำการฝังผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง

Advertisement

หมู่เกาะมายอตอยู่ห่างจากกรุงปารีสราว 8,000 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่มีความยากจนกว่าพื้นที่อื่นๆ ของฝรั่งเศสอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังเผชิญกับความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากรและเต็มไปด้วยความไม่สงบเรียบร้อยมานานหลายสิบปี ชาวมายอตถึง 3 ใน 4 มีชีวิตต่ำกว่าเส้นความยากจนของฝรั่งเศส ขณะที่ความตึงเครียดในพื้นที่ก็ทวีสูงขึ้นจากการขาดแคลนน้ำ

นอกจากนี้มายอตยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจากประเทศคอโมรอสที่อยู่ใกล้เคียง กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า มีผู้อพยพเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตอาศัยอยู่ในมายอตมากกว่า 100,000 คน

รัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า พวกเขากำลังสร้างสะพานเชื่อมทางอากาศจากเกาะเรอูนียง ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับมาดากัสการ์ ขณะที่ภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายแรกที่นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ เบรู ต้องเผชิญ เพราะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มาครงได้เสนอชื่อเบรูให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต่อจากนายมิเชบ บาร์นิเยร์ นายกรัฐมนตรีคนก่อนที่ถูกลงมติไม่ไว้วางใจจนบาร์นิเยร์และคณะรัฐมนตรีทั้งหมดต้องพ้นจากตำแหน่งไป