ทำเนียบขาวสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐและสำนักงานผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือต่างชาติรวมถึงโครงการต่างๆ ของยูเอ็นลงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งงบประมาณที่ถูกปรับลดนี้รวมถึงงบสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหรัฐในยูเอ็น และงบประมาณความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาต่างๆ
การปรับลดงบประมาณครั้งใหญ่นี้ยังรวมถึงการปรับลดเงินสนับสนุนราว 37% หรือ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศและองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ(USAID) โดยจะนำเงินเหล่านี้มาใช้กับโครงการในประเทศแทน
ทำเนียบขาวยังต้องการที่จะปรับลดเงินสนับสนุนอื่นๆ นอกเหนือจากที่ให้กับกระทรวงการต่างประเทศลงอีกครึ่งหนึ่ง โดยการปรับลดงบประมาณดังกล่าวจะส่งผลกระทบมากที่สุดกับโครงการต่างๆ ของยูเอ็น เนื่องจากรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการที่จะลดความรับผิดชอบของสหรัฐในองค์การระหว่างประเทศลง และขอให้ชาติสมาชิกอื่นๆ เข้ามาให้การสนับสนุนองค์การเหล่านี้เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างของแนวทางการประบลดเงินสนับสนุนคือ การที่สหรัฐให้เงินสนับสนุนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD) ซึ่งส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลโดยเฉพาะในยุโรป 21% ของงบประมาณทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้สนับสนุนอันดับสองที่ 12% ทำเนียบขาวต้องการที่จะลดการสนับสนุนของสหรัฐมาอยู่ในระดับเดียวกับญี่ปุ่น
กรอบเวลาของการปรับลดงบประมาณยังคงไม่ชัดเจนแต่มีรายงานว่านายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ขอให้มีการปรับลดงบประมาณดังกล่าวลงในช่วงสามปีข้างหน้า โดยเขาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งมอบรายละเอียดของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อที่จะได้สั่งการต่อไปว่าจะให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนใด
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว เพราะแม้แต่สมาชิกในรัฐบาลสหรัฐเองยังเคยให้ความเห็นสวนทางกับการกระทำเช่นนี้ อาทิ นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เคยเตือนถึงการตัดเงินเพื่อใช้ในการให้สนับสนุนทางการทูตระหว่างการให้ปากคำกับสภาคองเกรซเมื่อปี 2558 มาแล้ว

