
ญี่ปุ่นกินแห้ว! ภารกิจส่งจรวด Kairos ขนดาวเทียม ล้มเหลวอีก ทำลายตัวเอง หลังปล่อยขึ้นฟ้าได้แค่ 3 นาที
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท สเปซวัน (Space One) ของญี่ปุ่น จำต้องยุติการส่งจรวดไครอส (Kairos) ขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรลงเพียงไม่นานหลังจากจรวดขนส่งดังกล่าวทะยานออกจากฐานปล่อยเพียงแค่ 3 นาทีก็ประสบปัญหาที่ทำให้ต้องทำลายตัวเอง นับเป็นความล้มเหลวครั้งที่ 2 ของสเปซวันภายในเวลา 9 เดือน ในความพยายามที่จะเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกของประเทศที่จะให้บริการส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ด้วยจรวดขนส่งที่ตนเองพัฒนาขึ้น
นายมาโมรุ เอ็นโดะ ผู้อำนวยของสเปซวัน แถลงว่า จรวดไครอส ได้ทำลายตัวเองหลังจากทะยานขึ้นไปได้เพียงราว 3 นาที หลังพบความผิดปกติในการควบคุมหัวฉีดของเครื่องยนต์ตอนแรกและวิถีของจรวด สำหรับสาเหตุของความล้มเหลวครั้งนี้ยังไม่ชัดเจนซึ่งจะต้องสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป และว่า จรวดไครอสอาจทะยานขึ้นไปที่ระดับความสูงมากกว่า 100 กม. จนกระทั่งระบบทำลายตัวเองเริ่มทำงาน

ภาพถ่ายทอดสดจากหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดวากายามะ เผยให้เห็นจรวดขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็งขนาด 18 เมตรลำนี้ ทะยานออกจากฐานปล่อยที่ท่าอวกาศคิอิ ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น แต่ก็เกิดหมุนวนกลับในระหว่างไต่ขึ้นบิน
จรวดไครอสลำนี้ยังบรรทุกดาวเทียมพาณิชย์รวม 5 ดวง ซึ่งรวมถึงดาวเทียมขององค์การอวกาศของไต้หวันด้วย 1 ดวงด้วย เพื่อมุ่งหน้าสู่วงโคจรของดวงอาทิตย์ที่ระดับความสูงประมาณ 500 กม.เหนือพื้นผิวโลก

ก่อนหน้านี้สเปซวันได้ประสบความล้มเหลวครั้งแรกในการส่งจรวดไครอสบรรทุกดาวเทียมของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยจรวดลำดังกล่าวได้ระเบิดขึ้นในเพียง 5 วินาทีหลังจากถูกปล่อยจากฐานส่ง ซึ่งสเปซวันแถลงในเวลาต่อมาว่าการตั้งค่าการบินที่ไม่เหมาะสมกระตุ้นให้เกิดระบบทำลายตัวเองโดยอัตโนมัติของจรวด แม้ว่าจะไม่พบปัญหาในฮาร์ดแวร์ก็ตาม
นับเป็นความล้มเหลวต่อเนื่องครั้งล่าสุดในการพัฒนาจรวดของญี่ปุ่น แม้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามจะผลักดันให้มีการปล่อยจรวด 30 ครั้งต่อปี และเป็นความถดถอยของอุตสาหกรรมอวกาศญี่ปุ่นที่มีมูลค่า 8 ล้านล้านเยน (ราว 1.78 ล้านล้านบาท) ที่ตั้งเป้าที่จะทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นศูนย์กลางอวกาศในเอเชียภายในต้นทศวรรษ 2030
บริษัทสเปซวัน ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยบริษัท Canon Electronics ร่วมกับหน่วยอวกาศของ IHI, บริษัทก่อสร้าง Shimizu และธนาคารภาครัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะปล่อยจรวดขนาดเล็กให้ได้ 20 ลำต่อปีภายในปี 2029 เพื่อรองรับความต้องการส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่มีเพิ่มมากขึ้น
