เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทำหุ้นร่วง ส่งสัญญาณไม่ลดอีก
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 4.25-4.50% ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตขึ้นอยู่กับว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงหรือไม่ แสดงให้เห็นว่าเฟดตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดความเปลี่ยนแปลงภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 โดยเขาประกาศว่าจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า ลดอัตราภาษี รวมถึงมาตรการต่อผู้อพยพที่แข็งกร้าวมากขึ้น
นอกจากนั้น การลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มสูงขึ้น และทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ลดลงมากนักในปีหน้า โดยเรื่องนี้จะเป็นอุปสรรคต่อนโยบายของทรัมป์ที่ได้หาเสียงไว้ ด้วยเหตุว่าอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงสูงอยู่ อีกทั้งปัญหาเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่จะเป็นเรื่องท้าทายต่อนโยบายของทรัมป์ในการลดค่าครองชีพ
พาวเวลล์กล่าวในที่แถลงข่าว “ผมคิดว่าพวกเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี แต่หลังจากนี้จะเป็นช่วงใหม่ ธนาคารกลางจะระมัดระวังมากขึ้นในการลดอัตราดอกเบี้ย” โดยเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ผลจากความพยายามในการลดอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งตลอดช่วงปี 2022-2023 เฟดดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในสูงขึ้นเพื่อจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ และได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% เมื่อเดือนกันยายน และ 0.25% เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องด้วย

