คอลัมน์ไฮไลต์โลก: เส้นทางสู่การถอดถอน ปธน.ยุน ซอกยอล
เป็นหนึ่งประเด็นร้อนที่อยู่ในความสนใจของวงการเมืองโลกกรณีการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ที่ช็อกประชาชนไปทั่วประเทศเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 3 ธันวาคม ก่อนคำสั่งดังกล่าวจะถูกสมาชิกรัฐสภาโหวตคว่ำในทันทีหลังมีผลบังคับใช้ไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง
คำประกาศนั้นที่ถือเป็นการสั่นคลอนประชาธิปไตยครั้งใหญ่อีกครั้งของเกาหลีใต้ ได้นำไปสู่การเปิดการสอบสวนนายยุนและผู้สมคบคิดที่เกี่ยวข้องในข้อหากบฎ และการลงมติถอดถอนนายยุนออกจากตำแหน่งเป็นผลสำเร็จในความพยายามเป็นครั้งที่ 2 ของสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ด้วยมติสนับสนุน 204 ต่อ 85 เสียง
นั่นเป็นก้าวสำคัญเพียงย่างก้าวแรกที่ทำให้กระบวนการเพื่อพิจารณาถอดถอนนายยุนพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยขั้นตอนจากนี้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ในการพิจารณาไต่สวนก่อนจะมีคำวินิจฉัยตัดสินว่าจะถอดถอนหรือให้ประธานาธิบดียุนดำรงตำแหน่งได้ต่อไป โดยมีเวลาดำเนินการภายใน 180 วัน ซึ่งศาลได้ประชุมหารือครั้งแรกถึงการดำเนินขั้นตอนต่างๆ ไปแล้วและได้ประกาศการไต่สวนนัดแรกก่อนการพิจารณาคดีในวันที่ 27 ธันวาคมที่จะถึง
ในระหว่างนี้นายฮัน ด็อกซู นายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่รักษาการประธาธิบดีแทนนายยุนที่ถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ลงชั่วคราว
ก่อนหน้านี้ในปี 2016 ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาราว 3 เดือน ในการไต่สวนคดีจนนำไปสู่การถอดถอนนางพัค กึนเฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งเป็นผลสำเร็จจากการก่อคดีทุจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ และนำไปสู่การถูกดำเนินคดีกระทั่งนางพัคถูกลงโทษจำคุก 20 ปีก่อนได้รับการอภัยโทษในภายหลัง
ยังมีกรณีของ โน มูฮยอน อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ถูกสภาลงมติถอดถอน แต่รอดพ้นไปได้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญปฏิเสธคำร้องถอดถอนดังกล่าว หลังใช้เวลาในการไต่สวนคดีราว 2 เดือน ทำให้นายโนอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ 5 ปี
แม้ศาลรัฐธรรมนูญให้คำมั่นว่าจะยึดการพิจารณาตัดสินอนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดียุน เป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก ทว่าภารกิจนี้ยังเผชิญอีกปัจจัยที่ซับซ้อน นั่นคือ องค์คณะผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญที่ปัจจุบันมีเพียง 6 คนจากทั้งสิ้น 9 คน เนื่องจากการเกษียณอายุไปก่อนหน้านี้ 3 คน จึงทำให้องค์คณะไม่ครบสมบูรณ์ ขณะที่การวินิจฉัยตัดสินจะต้องใช้มติเห็นชอบทั้งสิ้น 6 เสียง
นั่นหมายความว่าองค์คณะผู้พิพากษาที่มีอยู่ในขณะนี้ทั้ง 6 คน จะต้องมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอน จึงจะทำให้นายยุนพ้นจากตำแหน่งเป็นทางการ เว้นเสียแต่จะมีการเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างลงโดยเร็ว ซึ่งตามข่าวเห็นว่าพรรคฝ่ายค้านและพรรครัฐบาลกำลังเร่งการตั้งผู้พิพากษาที่เหลือให้ครบภายในเดือนนี้
หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดให้ถอดถอนนายยุน เขาจะกลายเป็นประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองเกาหลีใต้ และจะถือเป็นชัยชนะของประชาชนและประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

