หวุดหวิด! ส.ว.มะกันผ่านร่างงบประมาณนาทีสุดท้าย รอดชัตดาวน์ ไบเดนลงนามทันควัน
รัฐสภาสหรัฐผ่านร่างงบประมาณที่ทำให้รอดจากการชัตดาวน์ในนาทีสุดท้ายในวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของงบประมาณภาครัฐที่จะหมดลงในวันที่ 20 ธันวาคม และถือเป็นการผลักดันให้มีการผ่านร่างงบประมาณอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ร่างงบประมาณใหม่ที่เพิ่งมีการเสนอเพื่อให้เป็นไปตามแนวนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 ถูกที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐตีตกไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามร่างกฎหมายงบประมาณในวันเสาร์ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์โดยเขากล่าวว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นการประนีประนอม ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ และได้ปฏิเสธแนวทางที่เร็วขึ้นในการลดหย่อนภาษีสำหรับมหาเศรษฐีที่พรรครีพับลิกันต้องการ
วุฒิสภาซึ่งพรรคเดโมแครตควบคุมอยู่ผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนน 85 ต่อ 11 เสียง 38 นาทีหลังจากที่งบประมาณเดิมหมดอายุลงในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ร่างงบประมาณดังกล่าวได้ผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันคุมอยู่โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค
การลงคะแนนเสียงดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปลายสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ทรัมป์และอีลอน มัสก์ ผู้ที่ทรัมป์แต่งตั้งให้ดูแลเรื่องประสิทธิภาพของรัฐบาล ได้เสนอร่างงบประมาณใหม่ที่กำหนดให้มีการเพิ่มเพดานหนี้ที่ถือเป็นภารกิจทางการเมืองที่ไม่ง่ายดาย ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ เพราะแม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนยังไม่ให้การสนับสนุน และจะสร้างความยากลำบากให้กับทรัมป์ก่อนที่เขาจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า
กฎหมายงบประมาณดังกล่าวจะขยายระยะเวลาให้เงินสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลออกไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม โดยมีการจัดสรรเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์สำหรับรัฐต่างๆ ที่ประสบภัยพิบัติ และอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับเกษตรกร ตลอดจนขยายระยะเวลาโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารซึ่งจะหมดลงในช่วงปลายปีนี้
ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า พรรคจะมีอิทธิพลมากขึ้นในปีหน้า เมื่อพวกเขาจะมีเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของรัฐสภา และทรัมป์จะเข้ารับหน้าที่ในทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการเชื่อมช่องว่าง เพื่อให้เราอยู่ในช่วงเวลาที่จะสามารถตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้จ่ายได้ พร้อมกับยืนยันว่าทรัมป์สนับสนุนร่างงบประมาณที่มีการผ่านความเห็นชอบล่าสุดนี้ด้วยเช่นกัน

