คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ปากีฯสำมะโนประชากรในรอบ19ปี

15.03.17 | 18:34 น.
เจ้าหน้าที่กำลังเก็บข้อมูลการทำสำมะโนประชากร (ภาพเอเอฟพี)

ปัจจุบันปากีสถานมีประชากรทั้งประเทศราว 200 ล้านคน ถือว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก ปากีสถานเป็นหนึ่งในชาติที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มาก และมีภาษาประจำชนเผ่าที่ใช้สื่อสารกันอยู่มากกว่า 80 ภาษา โดยมีภาษาอุรดูและภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ

เป็นเวลานานถึง 19 ปีแล้ว หรือนับจากปี 1998 เป็นต้นมา ที่ปากีสถานไม่ได้ทำการสำรวจสำมะโนประชากรในประเทศเลย แม้ตามรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ต้องมีการทำสำมะโนประชากรกันในทุกๆ 10 ปีก็ตาม

ภาพเอเอฟพี
ภาพเอเอฟพี

แต่ในสัปดานี้ปากีสถานประกาศจะเริ่มทำการสำรวจสำมะโนประชากรกัน ซึ่งมีขึ้นก่อนหน้าหนึ่งปีที่ปากีสถานจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศขึ้น โดยตามแผนจะมีการส่งเจ้าหน้าที่สำมะโนประชากรมากกว่า 300,000 คน พร้อมแบบฟอร์มคำถามที่ใช้สำหรับการสำมะโนประชากรไปถึงทุกประตูบ้าน ในการแบ่งการจัดสำมะโนประชากรเป็น 3 ระยะ คือระยะแรก เริ่ม 15 มี.ค.-15 เม.ย. ระยะที่ 2 จาก 25 เม.ย.-25 พ.ค. และ ระยะสุดท้าย คาดว่าจะเป็นในช่วงราวปลายเดือนกรกฎาคมของปีนี้

ภาพเอเอฟพี
ภาพเอเอฟพี

การทำสำมะโนประชากรครั้งนี้ไม่เพียงจะทำให้ได้รับรู้จำนวนประชากรของประเทศที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นรากฐานสำคัญของการทบทวนแนวแบ่งเขตทางการเมือง การจัดสรรที่นั่งผู้แทนราษฎรเข้าไปทำงานในรัฐสภา และการจัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ของประเทศเท่านั้น แต่ยังจะช่วยทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับจำนวนของผู้ที่นับถือแต่ละศาสนาในแต่ละชุมชนของประเทศ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และการสำมะโนประชากรครั้งนี้ยังจะถือเป็นครั้งแรกของปากีสถานด้วยที่จะมีการสำรวจนับแยกประชากรที่เป็นคนข้ามเพศ จากแต่ก่อนที่มีการแบ่งเป็นเพียงเพศหญิงและเพศชายเท่านั้น ซึ่งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้างทางสังคมมากขึ้น

การสำมะโนประชากรของปากีสถานครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายของประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้แห่งนี้ ที่ส่งนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศ โดยจะทำให้เห็นถึงฐานอำนาจทางการเมืองที่มีสอดแทรกอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มศาสนาต่างๆ

Advertisement

มีข้อห่วงกังวลหนึ่งทางการเมืองถึงความเที่ยงตรงแม่นยำของการสำมะโนประชากรครั้งนี้ ที่มีความห่วงกังวลว่าจะมีการนับรวมพวกผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้อพยพชาวอัฟกันราว 2 ล้านคน ที่อพยพหนีจากประเทศอัฟกานิสถานเข้ามาในดินแดนปากีสถานที่มีพรมแดนติดกัน ซึ่งยากต่อการพิสูจน์สัญชาติที่แท้จริง เนื่องจากมีการปลอมแปลงเอกสารเข้ามา ที่ก็อาจก่อผลกระทบถึงขั้นที่อาจเป็นผลชี้ขาดทางการเมืองขึ้นมาได้

เมื่อหลายฝ่ายสะท้อนถึงข้อห่วงกังวลต่างๆกันออกมา ก็ต้องดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหาทางอุดช่องปัญหาที่ห่วงกันอยู่อย่างไร เพื่อการสำมะโนประชากรที่นานๆจะทำกันสักครั้ง จะได้ผลสำรวจที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด