โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ถอดเกมการเมืองโสมใต้ แผนยื้ออำนาจ ‘ปธน.ยุน’
ท้ายที่สุด ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ก็ถูกรัฐสภาผ่านมติถอดถอนสำเร็จในการโหวตครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความดีใจของชาวเกาหลีใต้จำนวนมากที่อยากเห็นประธานาธิบดียุนพ้นจากตำแหน่งจากการประกาศกฎอัยการศึกโดยไม่มีเหตุอันควรเมื่อกลางดึกวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา หลายคนคิดว่าการกระทำของประธานาธิบดียุนนั้นร้ายแรงมาก ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามศาลรัฐธรรมนูญต้องมีมติถอดถอนยุนพ้นจากตำแหน่งผู้นำอย่างแน่นอนเพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แต่ความจริงแล้ว การต่อสู้ในชั้นศาลและเกมการเมืองของเกาหลีใต้กลับเพิ่งจะเริ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้การถอดถอนประธานาธิบดียุนทำได้ยากกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด
มติถอดถอนประธานาธิบดียุนที่ผ่านโดยรัฐสภาเกาหลีใต้นั้นมีผลทำให้ยุนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ต่อไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าจะให้ยุนพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งกระบวนการตัดสินอาจกินเวลานานถึง 6 เดือน โดยในขณะนั้น นายฮัน ด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ จะดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี การตัดสินให้ถอดถอนประธานาธิบดียุนพ้นจากตำแหน่งจะต้องใช้เสียงเห็นชอบจากผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 เสียง อย่างไรก็ตาม เก้าอี้ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญตอนนี้ว่างอยู่ 3 ตำแหน่งหลังผู้พิพากษา 3 ท่านได้เกษียณอายุ ทำให้การถอดถอนประธานาธิบดียุนจะต้องได้รับมติเอกฉันท์จากผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวกลับมีความซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเกาหลีใต้ระบุให้ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 9 ท่าน แบ่งเป็น 3 ท่านจะถูกแต่งตั้งโดยตรงจากประธานาธิบดี อีก 3 ท่านได้รับการเสนอชื่อโดยประธานศาลสูงสุด และอีก 3 ท่านมาจากการเสนอชื่อของรัฐสภา ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดี เก้าอี้ผู้พิพากษา 3 ตำแหน่งที่ว่างอยู่ตอนนี้จะต้องได้รับการเสนอชื่อโดยรัฐสภา พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักแต่ครองเสียงข้างมากในสภาจะได้สิทธิเสนอชื่อผู้พิพากษา 2 ท่าน และ พรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของประธานาธิบดียุนจะได้สิทธิเสนอชื่อผู้พิพากษา 1 ท่าน
ตามจริงแล้ว ผู้พิพากษา 6 ท่านสามารถตัดสินการถอดถอนยุนพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี แต่พรรคประชาธิปไตยระบุว่าจะเร่งกระบวนการแต่งตั้งผู้พิพากษาให้ครบทั้ง 9 ตำแหน่งเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความมั่นใจของสาธารณชนต่อการตัดสินนี้ แต่เรื่องดังกล่าวกลับจุดให้เกิดคำถามของขอบเขตอำนาจของนายฮัน ด็อกซู ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรักษาการประธานาธิบดี นายควอน ซอง-ดง หัวหน้าพรรคพีพีพีในสภา ได้ออกมาประกาศจุดยืนคัดค้านการผลักดันการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ 3 ตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ โดยให้เหตุผลว่านายฮัน ด็อกซู ไม่สามารถแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะรักษาการประธานาธิบดีจะทำเช่นนั้นได้หากตำแหน่งประธานาธิบดีว่างอยู่ แต่ขณะนี้ยุนยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพียงแต่ถูกสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่
ต่อมา พรรคประชาธิปไตยได้ออกมาตอบโต้จุดยืนของนายควอนและเรียกร้องให้พรรคพีพีพีทำตามข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าจะเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ พร้อมกับโจมตีพรรคพีพีพีว่ามีเจตนาที่แท้จริงคือขัดขวางการตัดสินของศาล แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่าฮันสามารถแต่งตั้งผู้พิพากษาที่ได้รับการเสนอชื่อจากรัฐสภาได้ เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดห้ามในเรื่องดังกล่าว
เมื่ออ่านมาจนถึงตอนนี้คงเห็นได้ชัดแล้วว่านี่เป็นการเล่นเกมการเมืองของพรรครัฐบาล เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญใช้ผู้พิพากษา 6 คนในการตัดสินถอดถอนประธานาธิบดียุนก็ยิ่งทำให้ยุนมีแต้มต่อ หากผู้พิพากษาเพียงคนเดียวมีคำตัดสินไม่เห็นด้วย ก็สามารถตีตกมติถอดถอนของรัฐสภาได้ และขณะนี้ผู้พิพากษา 1 ท่านมีจุดยืนสายอนุรักษนิยมและได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากประธานาธิบดียุน แถมพรรคประชาธิปไตยยังต้องแข่งกับเวลาเพราะการไต่สวนมูลฟ้องประธานาธิบดียุนจะมีขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งสร้างความกังวลให้แก่ชาวเกาหลีใต้มากขึ้นไปอีกว่าภาพของการเห็นประธานาธิบดียุนถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่งนั้นเริ่มกลับมาเลือนลางอีกครั้ง
นอกจากนั้น ยังมีโอกาสที่นายอี แจมยอง หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ที่เป็นตัวเต็งที่จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จะไม่ได้แม้แต่มีชื่อในบัตรเลือกตั้ง เพราะนอกจากยุนแล้ว นายอีก็กำลังต่อสู้กับคดีความของตัวเองเช่นกัน หากศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายึดคำตัดสินของศาลชั้นต้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่านายอีมีความผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง ก็อาจทำให้นายอีถูกสั่งห้ามไม่ให้ลงเลือกตั้ง
ทีมทนายความของประธานาธิบดียุนพยายามโต้แย้งว่าเขาไม่ได้ก่อกบฏจากการประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ด้านพรรคประชาธิปไตยกล่าวหาว่าพรรคพีพีพีพยายามยื้อให้การตัดสินถอดถอนประธานาธิบดียุนลากยาวออกไปให้นานที่สุด เพราะบรรดาผู้สนับสนุนของยุนต่างกังวลว่าพรรคพีพีพีจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างยับเยินคล้ายกับเมื่อตอนที่ นางพัค กึนฮเย ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในขณะนั้นถูกศาลตัดสินถอดถอนพ้นจากตำแหน่งจากคดีคอร์รัปชั่น แต่ยิ่งการตัดสินถอดถอนยุนลากยาวออกไปก็จะยิ่งทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ท่ามกลางภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่กำลังจับตามองความปั่นป่วนทางการเมืองของเกาหลีใต้ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี และการจับตามองจากนานาชาติ จึงเป็นงานใหญ่สำหรับรักษาการประธานาธิบดีอย่างนายฮัน ด็อกซู ที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่มิตรประเทศและทำให้ตลาดการเงินของเกาหลีใต้มีเสถียรภาพ หลังปั่นป่วนอย่างหนักหลังเหตุการณ์ประกาศใช้กฎอัยการศึก
พรรคพีพีพีอาจหวังที่จะยื้อเวลาออกไปก่อนเพราะรู้ว่าปลายทางของเรื่องนื้คือการสูญพันธุ์ทางการเมือง แต่ต้องยอมรับว่า “The damage is done” ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นไปแล้ว การเล่นเกมการเมืองในเกาหลีใต้ควรจบลงโดยเร็ว เพราะยิ่งยื้ออำนาจให้แก่ประธานาธิบดียุนมากเท่าใด ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศและพรรคพีพีพีเอง จนอาจสูญเสียคะแนนนิยมจนพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งต่อไปหนักกว่าเดิม

