หน้าแรก ต่างประเทศ ‘เซเลนสกี’ อั...

‘เซเลนสกี’ อัดนายกฯสโลวัค อยากช่วยเหลือปูติน หลังไม่ยอมลดการพึ่งพาพลังงานรัสเซีย

24.12.24 | 11:12 น.
AP

‘เซเลนสกี’ อัดนายกฯสโลวัค อยากช่วยเหลือปูติน หลังไม่ยอมลดการพึ่งพาพลังงานรัสเซีย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ออกมาโจมตีนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก ของสโลวาเกีย ที่เดินทางเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่าฟิโกอยากที่จะช่วยเหลือปูตินด้วยการนำเข้าก๊าซของรัสเซียต่อไป

เซเลนสกีกล่าวว่า ผู้นำชาติยุโรปได้สังเกตการณ์ดูการเยือนกรุงมอสโกของฟิโก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา และฟิโกไม่เห็นด้วยที่จะลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งชี้ได้ว่าเขาอยากช่วยเงินปูตินเพื่อนำไปเป็นงบทำสงครามและทำให้ยุโรปอ่อนแอลง เซเลนสกีโพสต์ลงบนเอ็กซ์ด้วยว่าการช่วยเหลือปูตินในลักษณะนั้นเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม

ประเทศสโลวาเกียพึ่งพาก๊าซธรรมชาติของรัสเซียอย่างมาก และยูเครนได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ขยายสัญญาท่อส่งก๊าซจากรัสเซียผ่านยูเครนเข้ามายังยุโรปรวมถึงสโลวาเกีย ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะหมดอายุในวันที่ 1 มกราคมที่จะถึงนี้ สโลวาเกียมีสัญญาระยะยาวกับบริษัทก๊าซ Gazprom ของรัสเซีย และบอกว่าการหันไปซื้อก๊าซจากประเทศอื่นอาจต้องใช้เงินในการส่งก๊าซเพิ่มขึ้น 220 ล้านยูโร

เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนได้เสนอแนวทางเพื่อชดเชยให้แก่สโลวาเกียโดยเฉพาะจากการสูญเสียก๊าซจากรัสเซีย รวมถึงเสนอท่อส่งก๊าซทางเลือกอื่นๆ ไม่ใช่แค่รัสเซียอย่างเดียว ตามคำขอของคณะกรรมาธิการยุโรป แต่เป้าหมายสูงสุดของฟิโกคือบรรลุข้อตกลงกับรัสเซียซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเขา เขาไม่ต้องการการชดเชยแก่ชาวสโลวัคและไม่ต้องการที่จะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการยุโรป “นี่ถือเป็นปัญหาความมั่นคงที่ใหญ่สำหรับทั้งสโลวาเกียและยุโรปทั้งหมด ทำไมผู้นำคนนี้ถึงพึ่งพามอสโกมากนัก” เซเลนสกีกล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนไม่ได้เปิดเผยว่ายูเครนได้เสนออะไรแก่สโลวาเกียเพื่อเป็นการชดเชยกับการไม่ต่อสัญญาท่อส่งก๊าซมาจากรัสเซีย

ทั้งนี้ ฟิโกเป็นผู้นำยุโรปเพียงไม่กี่คนที่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย นับตั้งแต่ที่รัสเซียส่งกองทัพเข้ารุกรานยูเคนเมื่อปี 2022 ฟิโกกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เซเลนสกีได้พูดถึงเรื่องท่อส่งก๊าซและเสนอว่าจะมอบสินทรัพย์ของรัสเซียมูลค่า 500 ล้านยูโร เพื่อแลกกับการที่สโลวาเกียโหวตให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งแน่นอนว่าตนได้ปฏิเสธไปว่าไม่มีวัน