เลือกตั้งทำโมซัมบิกป่วน นักโทษกว่า 1.5 พันคน ฉวยโอกาสแหกคุก
นายเบอร์นาดิโน ราฟาเอล ผู้บัญชาการตำรวจโมซัมบิก แถลงว่า นักโทษในเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้ง 1,534 คนหลบหนีออกจากเรือนจำ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงมาปูโต เมืองหลวงของโมซัมบิกราว 15 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม หลังเกิดความไม่สงบในประเทศจากการประท้วงที่พรรคเฟรลิโม ซึ่งครองอำนาจมาอย่างยาวนานได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่เป็นที่ถกเถียงกันเมื่อเร็วๆ นี้
ระหว่างความพยายามที่จะหลบหนี มีนักโทษเสียชีวิต 33 ราย และบาดเจ็บ 15 คนจากการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพทำให้สามารถจับกุมผู้หลบหนีได้ราว 150 คน ทั้งนี้ มีนักโทษราว 30 คนที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังเหตุไม่สงบและการโจมตีใน จ.โบเดลกาดู ทางตอนเหนือของประเทศในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งราฟาเอลรับว่าเขากังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ศาลสูงสุดของโมซัมบิกยืนยันว่า พรรคเฟรลิโมซึ่งปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2518 ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งชัยชนะดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สงบในประเทศมาก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์ ขณะที่นายดานิเอล ชาโป หัวหน้าพรรคเฟรลิโมได้รับคะแนนสนับสนุน 65.17% ซึ่งน้อยกว่าผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศประกาศ แต่คำประกาศดังกล่าวทำให้ชาโปเข้ารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีฟิลิเป นูซี ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ในวันที่ 15 มกราคมปีหน้า
นายเวนันซิโอ มอนด์ลาน หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของชาโปอ้างว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดความรุนแรง
วันคริสต์มาสที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้เรือนจำ ทำให้เกิดความสับสนและความไม่สงบขึ้นภายในเรือนจำ โดยผู้ต้องขังได้พังกำแพงและหลบหนีออกมาผ่านช่องทางดังกล่าว ขณะที่สถานการณ์ในกรุงมาปูโต เมืองหลวงของประเทศยังคงไม่ปกติ มีการสร้างสิ่งกีดขวางในหลายพื้นที่เพื่อรับมือกับการเคลื่อนไหว ขณะที่การก่ออาชญากรรมยังคงเกิดขึ้นต่อไป

