คลื่นสูง 4 เมตรซัดขึ้นฝั่ง ‘เปรู-เอกวาดอร์-ชิลี’ ดับ 3 ศพ ปิดท่าเรือเกือบ 100 แห่ง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คลื่นขนาดความสูงสุด 4 เมตรได้พัดขึ้นชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์ ชิลี และเปรู นับตั้งแต่ช่วงวันคริสต์มาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ท่าเรือเกือบ 100 แห่งถูกปิดเนื่องจากทะเลมีคลื่นสูงและทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
กองทัพเรือของประเทศเปรูระบุว่าคลื่นสูงดังกล่าวเกิดขึ้นนอกชายฝั่งของสหรัฐ เป็นผลมาจากลมบนพื้นผิวมหาสมุทร ท่าเรือเกือบทุกแห่งของเปรูถูกปิดเนื่องจากมีคลื่นซัดขึ้นฝั่งอย่างต่อเนื่อง นายเอ็นริเก วาเรีย หัวหน้าหน่วยงานสมุทรศาสตร์ของกองทัพเรือเปรูกล่าวว่าคลื่นสูงอาจยังคงซัดขึ้นฝั่งต่อไปในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า แต่คาดว่าจะเริ่มลดลงในวันที่ 30 ธันวาคม และกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมกราคม
ฆอร์เก คาริลโล เลขาธิการหน่วยงานบริหารความเสี่ยงของประเทศเอกวาดอร์ กล่าวว่าปรากฏการณ์สุดขั้วที่คล้ายคลึงกันนี้อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต แต่คลื่นสูงได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนในภูมิภาคทางตอนใต้ของเอกวาดอร์ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีกรายอยู่ในประเทศชิลี
ภาพถ่ายจากสื่อท้องถิ่นของเปรูเผยให้เห็นท่าเทียบเรือและจัตุรัสใกล้เคียงถูกน้ำท่วมในบางพื้นที่ของประเทศเปรู ทำให้ประชาชนต้องอพยพขึ้นที่สูง ชายหาดหลายแห่งในพื้นที่ตอนกลางและเหนือของเปรูถูกปิดเนื่องจากป้องกันไม่ให้มีประชาชนเสียชีวิต เรือประมงหลายลำได้รับความเสียหายจากคลื่นสูง แต่เรือประมงลำอื่นๆ ที่ไม่ได้รับความเสียหายก็ออกไปหาปลาในทะเลไม่ได้เพราะสภาพทะเลยังคงไม่เอื้ออำนวย
กองทัพเรือเปรูสามารถช่วยเหลือชาวประมงที่ติดอยู่ในคลื่นสูงในทะเลได้แล้ว 31 คน เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 28 ธันวาคม แต่ชาวประมงคนหนึ่งกล่าวว่ามีชาวประมงที่ยังติดอยู่กลางทะเลอีก 180 คน
นายโรแบร์โต้ คาร์ริลโล ซาวาลา นายกเทศมนตรีเขตลา ครูซ ทางตอนเหนือของเปรูกล่าวว่าคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือชาวประมง และหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งนี้ ทางการเปรูคาดว่าปรากฏการณ์คลื่นสูงนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม

