หน้าแรก ต่างประเทศ เด็กชายชาวจีน...

เด็กชายชาวจีนวัย 8 ขวบ เดินกะเผลก หาหมอพบป่วยโรคเกาต์ รู้อาหารที่กิน 3 มื้อ ถึงกับหมดคำพูด

30.12.24 | 20:03 น.

เด็กชายชาวจีนวัย 8 ขวบ เดินกะเผลก พบป่วยโรคเกาต์ หมอรู้อาหารที่กิน 3 มื้อ ถึงกับหมดคำพูด

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม จวง อวี้จิง แพทย์ประจำคลินิกการแพทย์แผนจีนเฉิงเยว่ ยกเคนเด็กชายวัย 8 ขวบ มีอาการเดินกะเผลก สุดท้ายตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคเกาต์ นอกจากนี้ยังมีอาการป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ อีกด้วย และเมื่อสอบถามประวัติการรักษาพบว่า อาหาร 3 มื้อที่เด็กชายคนดังกล่าวกินมีเพียงอย่างเดียวคือ เนื้อตุ๋น

ดร.จวง อวี้จิง ชี้ให้เห็นว่าโรคเกาต์เป็นสัญญาณเตือนของการเผาผลาญกรดยูริกที่ผิดปกติ และการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมก็เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่ง การรับประทาน ปลา เนื้อสัตว์ การดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารคุณภาพสูงเป็นประจำสามารถนำไปสู่โรคเกาต์ที่ซ่อนอยู่ได้อย่างง่ายดาย วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ เช่น การนอนดึกและขาดการออกกำลังกาย จะทำให้การทำงานของระบบเผาผลาญลดลง และเร่งกระบวนการเกิดโรคเกาต์

โดยเฉพาะเมื่ออาหารถูกย่อยสลาย พิวรีนจะถูกปล่อยออกมา และพิวรีนจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริก เมื่อกรดยูริกสะสมมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคเกาต์ได้ เครื่องใน สัตว์ ซอส และเนื้อแดง ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์ได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีฟรุคโตสสามารถส่งเสริมการผลิตกรดยูริกได้ สำหรับผักโขม เห็ด ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วอื่นๆ รวมถึงส่วนผสมจากยีสต์ เช่น โยเกิร์ต ดร.จวงเชื่อว่า แม้จะมีปริมาณพิวรีนสูง เมื่อพิจารณาถึงคุณค่าด้านสุขภาพแล้ว ก็สามารถรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะได้

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกาต์ควรปรึกษากับแพทย์และนักโภชนาการเพื่อวางแผนการรับประทานอาหารโดยละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคเกาต์ เนื่องจากความผิดพลาดในการบริโภคอาหาร

ETToday

 

ดร.จวง อวี้จิง ตั้งข้อสังเกตว่า คน 4 กลุ่มที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคเกาต์ มักรู้สึกเครียด ควบคุมอาหารไม่ได้ เป็นโรคอ้วน และมีน้ำหนักเกิน มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดโรคเกาต์ได้จากการรับประทานอาหาร หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต นอกจากนี้ การขาดการออกกำลังกาย การงานและการพักผ่อนที่ไม่ดี คุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี และการดื่มน้ำไม่สม่ำเสมอ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเผาผลาญกรดยูริก

ทั้งนี้ ดร.จวง อวี้จิง ยังได้บอกอีกว่า การสังเกตว่าเราเป็นโรคเกาต์หรือยัง จะพบว่า ข้อต่อจะเป็นสีแดง บวม ร้อน และเจ็บปวดเฉพาะที่ ผู้ที่สงสัยว่าจะมีอาการของโรคเกาต์ เช่น บวม ปวดข้อ ต้องไปพบแพทย์ทันที

ที่มา : soha, ETToday