บริษัทวิจัย เผย คำแนะนำด้านสุขภาพ ใน TikTok มีข้อมูลเท็จถึง 45 % อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ ขายอาหารเสริม ซ้ำเชื่อแอพพ์มากกว่าหมอ 7%
ติ๊กต็อก แฟลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติจีน มุ่งเน้นนำเสนอคลิปสั้นๆ ในช่วงแรกๆอาจบูมไม่มากนัก แต่ในระยะหลังจะเห็นว่าติ๊กต็อกมีอิทธิพลต่อโลกโซเชียลมีเดียมาก ด้วยคลิปสั้นที่มีเนื้อหาตัดจบแบบฉับไว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ รวมถึงการนำเสนอที่หลากหลาย เช่น สุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งการซื้อขาย ประหนึ่งตลาดขายของที่มาแรงแซงเจ้าอื่นๆ ในทางกลับกัน แม้ว่าจำนวนติ๊กต็อกเกอร์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็มักทำให้ผู้รับสารมักเชื่อข้อมูลที่ได้มาแบบไม่ได้กลั่นกรองเช่นกัน
รายงานจาก บริษัทวิจัยด้านสุขภาพ (Tebra) พบว่า คำแนะนำทางการแพทย์ 45% ที่เผยแพร่ผ่านติ๊กต็อกเป็นเท็จหรืออาจทำให้เข้าใจผิดได้
โดยพบว่า วิดีโอที่เกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกมีข้อมูลไม่ถูกต้องมากที่สุดถึง 67% เช่น การใส่หัวหอมในถุงเท้าเพื่อรักษาหวัด, การเอากลีบกระเทียมยัดจมูกเพื่อรักษาการติดเชื้อไซนัส
ส่วนหัวข้อสุขภาพสตรีและสุขภาพทั่วไปก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก โดยมีคำแนะนำในแต่ละหมวดหมู่ที่ไม่ถูกต้องถึง 54%
ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต มีอัตราข้อมูลเท็จต่ำสุด คือ 31 % วิดีโอเกี่ยวกับการดูแลตัวเองและสุขภาพ แย่ลงในระดับ 37 % ในขณะที่คำแนะนำเกี่ยวกับโรคเรื้อรังที่เป็นเท็จ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดมีอัตราถึง 39%
อย่างไรก็ตาม เหล่าบรรดาข้อมูลผิดๆบนติ๊กต็อก มีทั้งหมด 3 หัวข้อ เช่น ลดน้ำหนักใน 2 สัปดาห์ ด้วยเคล็ดลับเพียงข้อเดียว, การฉีดวัคซีนอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ภาวะมีบุตรยาก และการรับประทานอาหารเสริมตัวนี้ทุกวัน จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพทั้งหมดของคุณได้
ในขณะที่ผู้อัดคลิปลงแพลตฟอร์ม มักใช้วิธีข่มขวัญ หรือบางรายก็แอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เพื่อหากำไรจากการขายอาหารเสริม ทำให้ได้รับการรักษาที่ไม่ได้ผล และเป็นอันตรายจนถึงที่สุด
นับเป็น 17% ของผู้ใช้ชาวอเมริกันที่เชื่อข้อมูลจากติ๊กต็อกพอๆกับหมอ และอีก 7% ไว้วางใจแพลตฟอร์มมากกว่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงได้ เนื่องจากผู้ใช้ในสหรัฐเกือบครึ่งมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงกลายเป็นแหล่งรวมคำแนะนำเท็จ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่วัยรุ่น

ขอบคุณข้อมูล Tebra , fastcompany

