หน้าแรก ต่างประเทศ ไทยโต้ UN ไม่...

ไทยโต้ UN ไม่พบหลักฐาน ธนาคารไทยถูกใช้ซื้ออาวุธให้รบ.ทหารเมียนมา

31.12.24 | 15:40 น.
FILE PHOTO AP

ไทยโต้ UN ไม่พบหลักฐาน ธนาคารไทยถูกใช้ซื้ออาวุธให้รบ.ทหารเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หลังจากที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เปิดเผยรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า มีบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยได้ใช้ธนาคารไทยในการทำธุรกรรมเพื่อซื้ออาวุธให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,112 ล้านบาท ในปี 2023 เพิ่มขึ้นจากในปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 60 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,055 ล้านบาท

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจในเดือนกรกฎาคม เพื่อตรวจสอบการทำธุรกรรมในอดีตหลังธนาคารไทยระบุว่าไม่มีขีดความสามารถที่จะตรวจสอบธุรกรรมการเงินได้ทั้งหมด ซึ่งบางธุรกรรมอาจถูกใช้เป็นการซื้ออาวุธให้กับกองทัพเมียนมา

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ว่า ปปง.และ ธปท.ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยสั่งการให้สถาบันการเงินทุกแห่งทบทวนการทำธุรกรรมและเพิ่มความระมัดระวังในทันที โดยได้ร่วมกันเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในรายงานดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีสถาบันการเงินบางแห่งทำธุรกรรมกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในรายงานของ OHCHR จริง แต่ไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าเป็นธุรกรรมเพื่อการจัดซื้ออาวุธ และการทำธุรกรรมของสถาบันการเงินยังเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ปปง. และ ธปท.กำหนด

อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท.และ ปปง.พบว่า สถาบันการเงินแต่ละแห่งมีการปฏิบัติงานที่เข้มงวดแตกต่างกัน จึงเห็นความจำเป็นที่ต้องยกระดับการปฏิบัติที่สำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CTPF) เพื่อให้สถาบันการเงินรับมือกับความเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการส่งผ่านเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แฝงมาในรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างเท่าทันมากขึ้น

Advertisement

ในการนี้ สำนักงาน ปปง.และ ธปท.จึงขอเน้นย้ำว่า ภาคการเงินไทยไม่สนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงินที่สนับสนุนการฟอกเงิน การก่อการร้าย การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงการทำสงคราม ที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน