หน้าแรก ต่างประเทศ จีน ภาคบริการ...

จีน ภาคบริการ โตสูงสุด ในรอบ 7 เดือน แต่สงครามการค้า ทำเศรษฐกิจหม่น

6.01.25 | 22:49 น.

จีน ภาคบริการ โตสูงสุด ในรอบ 7 เดือน แต่สงครามการค้าทำเศรษฐกิจหม่น

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีนในเดือนธันวาคมขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สร้างความกังวลต่อภาคธุรกิจอย่างมาก

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จากการสำรวจของไฉซิน (Caixin) พบว่ากิจกรรมภาคบริการของจีนขยายตัวมากสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 แสดงให้เห็นว่าอุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น หลังรัฐบาลจีนทำการกระตุ้นชุดใหญ่

ไฉซินและเอสแอนด์พีโกลบอล (S&P Global) เผยแพร่รายงานในวันที่ 6 มกราคม 2025 ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Service PMI) ในเดือนธันวาคมของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 52.2 จากระดับ 51.5 ในเดือนพฤศจิกายน สูงกว่าค่ากลาง 51.4 ที่นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ และยังอยู่ในแดนขยายตัวเหนือกว่าระดับ 50

ตัวเลขที่ออกมาสอดคล้องกับผลสำรวจของภาครัฐที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าภาคบริการ ภาคก่อสร้าง และภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นหลังรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นชุดใหญ่ในปลายเดือนกันยายน 2024 ถือเป็นเรื่องน่ายินดีต่อผู้กำหนดนโยบาย ที่ต้องการส่งเสริมอุปสงค์ภายในประเทศ เพื่อชดเชยผลกระทบของสงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้นหลังทรัมป์ครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบว่า ยอดคำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ อัตราการจ้างงานยังหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แสดงให้เห็นว่าบรรดาบริษัทในภาคบริการต่างระมัดระวังเกี่ยวกับการจ้างงานมากขึ้น โดยระบุว่าการแข่งขันที่สูงและสถานการณ์การค้าโลกที่ไม่แน่นอนเป็นข้อพิจารณาหลัก

หวัง เจ่อ (Wang Zhe) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสที่ไฉซิน อินไซต์ กรุ๊ป (Caixin Insight Group) ระบุในรายงานว่า เศรษฐกิจจีนยังคงมีแรงกดดันจากช่วงขาลงอยู่ จากอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา และปัจจัยภายนอกที่ไม่ดีนัก ขณะที่การจ้างงานยังคงซบเซา และอัตรากำไรขั้นต้นถูกบีบเล็กลง ซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจที่ต่ำลง

ในเดือนธันวาคม 2024 สี จิ้นผิง (Xi Jinping) และคณะโปลิตบูโรตัดสินใจยกระดับมาตรการกระตุ้นการบริโภคและอุปสงค์ภายในประเทศเป็นนโยบายหลักของปี 2025 โดยเน้นไปยังการช่วยเหลือคนยากจนและเสริมสร้างโครงข่ายคุ้มครองทางสังคม (Social Safety Nets) แม้จะยังไม่มีการแสดงรายละเอียดมากนัก