หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์ขู่ใช้ก...

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารยึด ‘คลองปานามา-กรีนแลนด์’ พร้อมผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51

8.01.25 | 09:08 น.
AP

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารยึด ‘คลองปานามา-กรีนแลนด์’ พร้อมผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 ที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม ออกมาประกาศจุดยืนด้านการต่างประเทศของเขาในหลายเรื่อง โดยเขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังทหารหรือการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจ ในการเข้ายึดคลองปานามาและเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายอาณาเขตของประเทศสหรัฐอเมริกาให้กว้างขวางขึ้นของเขา

ก่อนหน้านี้ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของเขาเสนอที่จะเปลี่ยนแคนาดาให้กลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ และยังบอกด้วยว่าเขาจะเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ ทั้งยังให้คำมั่นว่าเขาจะเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกาอีกด้วย

เมื่อถูกถามขณะแถลงข่าวที่รีสอร์ตของทรัมปในปาล์มบีช รัฐฟลอริดาว่า เขาสามารถให้คำรับประกันกับโลกได้หรือไม่ว่า จะไม่ใช้กำลังทหารหรือมาตรการทางเศรษฐกิจในการควบคุมคลองปานามาและกรีนแลนด์ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมไม่สามารถรับรองคุณได้ในทั้งสองกรณี แต่ผมบอกได้เลยว่าเราต้องการมันเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”

ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายของสหรัฐในการซื้อสินค้าจากแคนาดาและการสนับสนุนทางทหารสำหรับแคนาดา โดยกล่าวว่าสหรัฐไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการทำเช่นนั้น และเรียกพรมแดนระหว่างสองประเทศว่าเป็นเส้นแบ่งที่ลากขึ้นแบบเทียมๆ

Advertisement

ว่าที่ผู้นำสหรัฐยังเสนอที่จะเรียกเก็บภาษีจากเดนมาร์กหากต่อต้านข้อเสนอซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งเขากล่าวว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ทั้งนี้ ไม่นานก่อนที่ทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นครั้งล่าสุด ดอน จูเนียร์ ลูกชายของทรัมป์ เพิ่งเดินทางไปถึงกรีนแลนด์เป็นการส่วนตัว

เดนมาร์กกล่าวว่ากรีนแลนด์ซึ่งดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองตนเองที่เป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์กไม่ได้มีไว้ขาย โดยนางเมตเตอ เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กกล่าวตอบโต้ความคิดเห็นของทรัมป์ว่า “ฉันไม่คิดว่าการต่อสู้กันด้วยวิธีการทางการเงินจะเป็นวิธีที่ดี เมื่อเราเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ใกล้ชิด”

ด้านแคนาดาก็ยืนยันว่าจะไม่มีวันยอมแพ้ เมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศของแคนาดาโพสต์บนเอ็กซ์ว่า ความคิดเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ชนะการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ว่าอะไรที่ทำให้แคนาดาเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจของเราแข็งแกร่ง ประชาชนของเราแข็งแกร่ง เราจะไม่มีวันยอมแพ้เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของปานามาก็ออกมาปัดคำขู่ของผู้นำสหรัฐคนใหม่ที่จะยึดคืนเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ซึ่งสหรัฐเคยสร้างและเป็นเจ้าของก่อนจะส่งมอบการควบคุมให้กับประเทศปานามาที่ตั้งอยู่ในอเมริกากลางในปี 2542

นายฆาเวียร์ มาร์ติเนซ-อาชา รัฐมนตรีต่างประเทศปานามา กล่าวว่า มีเพียงชาวปานามาเท่านั้นที่ควบคุมคลองนี้ และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป

แดเนียล ฟรีด อดีตนักการทูตสหรัฐซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ในกลุ่มนักวิจัยของสภาแอตแลนติก กล่าวว่า คำพูดของทรัมป์ได้สะท้อนให้เห็นถึงภาพของชาติมหาอำนาจที่มุ่งขยายอาณาเขต และเปรียบเทียบทรัมป์ว่าเป็น “นักจักรวรรดินิยมในศตวรรษที่ 19” พร้อมระบุว่า การยึดกรีนแลนด์ทำลายนาโต เพราะมันจะไม่ทำให้เราแตกต่างไปจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย

ขณะที่คำสัญญาของทรัมป์ที่จะเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก ก็เป็นภาพสะท้อนถึงคำมั่นสัญญาครั้งเก่าของเขาที่จะเปลี่ยนชื่อเดนาลี ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือเป็นภูเขาแมกคินลีย์ หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้เปลี่ยนชื่อยอดเขาในอลาสกาเพื่อแสดงความเคารพต่อชนพื้นเมืองอเมริกัน

มาร์เซโล เอบราด รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกที่ ดูเหมือนจะปฏิเสธคำเรียกร้องของทรัมป์ในการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเช่นกัน โดยเขากล่าวว่า “ผมอยากบอกคุณว่า หากเราพบกันในอีก 30 ปีข้างหน้า อ่าวเม็กซิโกจะยังคงเรียกว่าอ่าวเม็กซิโก” พร้อมเสริมว่ารัฐบาลเม็กซิโกจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการถกเถียงนี้

ในประเด็นของนาโต ทรัมป์กล่าวว่าสมาชิกนาโตควรใช้จ่ายเงิน 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพื่อการป้องกันประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเป้าหมายปัจจุบันที่ 2%

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่านาโตควรได้ 5% พวกเขาทั้งหมดสามารถจ่ายได้ แต่ควรอยู่ที่ 5% ไม่ใช่ 2%”

ทั้งนี้ นาโตประเมินว่าสมาชิก 23 รายจากทั้งหมด 32 รายจะบรรลุเป้าหมายการใช้จ่าย 2% ของ GDP ในปี 2024 แต่ในปัจจุบันสมาชิกของนาโตทุกชาติรวมถึงสหรัฐ ไม่มีประเทศใดมีงบประมาณรายจ่ายด้านการป้องกันประเทศถึง 5% ของจีดีพี Ffpตามตัวเลขของนาโต โปแลนด์เป็นผู้ใช้จ่าย สูงสุดที่ 4.12% รองลงมาคือเอสโตเนียที่ 3.43% และสหรัฐที่ 3.38%

ทรัมป์ยังขู่ซ้ำอีกว่า จะเกิดหายนะในตะวันออกกลาง หากกลุ่มก่อการร้ายฮามาสในปาเลสไตน์ไม่ปล่อยตัวผู้ที่ถูกลักพาตัวมาจากอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 และยังคงกักขังพวกเขาไว้ในฉนวนกาซาภายในเวลาที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์กล่าวว่า “มันจะไม่ดีสำหรับฮามาส และพูดตรงๆ ก็คือ มันจะไม่ดีสำหรับใครๆ ทั้งนั้น”

ขณะที่สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษประจำตะวันออกกลางของทรัมป์ กล่าวกับนักข่าวว่า เขาหวังว่าจะมีเรื่องดีๆ ที่เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างอิสราเอลและฮามาสก่อนที่ทรัมป์จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง