หน้าแรก ต่างประเทศ สื่อนอกตีข่าว...

สื่อนอกตีข่าว อดีตส.ส.ฝ่ายค้าน กัมพูชา ถูกสังหารกลางเมืองหลวงไทย ตรงกับวันครบ 46 ปี สิ้นสุดเขมรแดง

8.01.25 | 17:14 น.

สื่อนอกตีข่าว ลิมกิมยา ถูกสังหารกลางเมืองหลวงไทย วันเดียวกับครบ 46 ปี สิ้นสุดเขมรแดง CNRP ประณามความรุนแรง องค์กรสิทธิมนุษยชน ชี้ เป็นการส่งสารถึงนักเคลื่อนไหวกัมพูชา ไม่มีใครปลอดภัย

จากกรณี นายลิม กิมยา เป็นนักเคลื่อนไหวและอดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน ชาวกัมพูชา ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางมาประเทศไทย กับภรรยาชาวฝรั่งเศส ที่บริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พื้นที่ สน.ชนะสงคราม โดยพบว่าคนร้ายเป็นทหารเรือ ที่ถูกให้ออกจากราชการไปเมื่อปี 2566

กรณีดังกล่าว กลายเป็นประเด็นที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยสื่อต่างประเทศต่างนำเสนอเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้ง The Guardian, VOA

Aljazeera เป็นอีกหนึ่งที่รายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า นายลิม กิมยา อดีตสมาชิกรัฐสภากัมพูชา จากพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ถูกยิงเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย โดยอดีตเพื่อนร่วมงาน ระบุว่าเป็นการ “ลอบสังหาร”

พรรค CNRP ยืนยันข่าวการเสียชีวิตดังกล่าวในแถลงการณ์ โดยระบุว่า รู้สึกตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการเสียชีวิตของนายลิม กิมยา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาของ CNRP ในจังหวัดกำปงธม อย่างโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม

Advertisement

มีรายงานว่า อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน ผู้ถือสัญชาติฝรั่งเศสและกัมพูชา ยังคงอาศัยอยู่ในกัมพูชา ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านคนอื่นๆ จำนวนมากหลบหนีไป เนื่องจากถูกคุกคามจากพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ที่เป็นรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซนในขณะนั้น

พรรค CNRP ที่ครั้งหนึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ถูกยุบ และศาลฎีกาก็สั่งห้ามกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดในปี 2560 พรรคยังคงดำรงอยู่ในฐานะองค์กรในชุมชนชาวกัมพูชาในต่างแดนในออสเตรเลีย อเมริกา และที่อื่นๆ

ในแถลงการณ์ที่แชร์บนโซเชียลมีเดีย CNRP กล่าวถึงการเสียชีวิตของ นายลิม กิมยา ว่าเป็น “การลอบสังหาร”

แถลงการณ์ระบุว่า พรรค CNRP ขอประณามการกระทำอันป่าเถื่อนนี้อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเสรีภาพทางการเมือง พรรคการเมืองได้ติดตามคดีฆาตกรรมนี้อย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้ทางการไทย ดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียดและเที่ยงธรรม

ด้าน กลุ่มสิทธิมนุษยชน หลายกลุ่มได้เรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการสืบสวนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

เอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการฝั่งเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า การสังหารอย่างเลือดเย็น ครั้งนี้ส่งสารถึงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกัมพูชาว่า จะไม่มีใครปลอดภัย แม้ว่าจะออกจากกัมพูชาแล้วก็ตาม

ด้าน ฟิล โรเบิร์ตสัน ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชนและแรงงานแห่งเอเชีย (AHRLA) กล่าวว่าการสังหารครั้งนี้ มีลักษณะเหมือนการลอบสังหารทางการเมืองทุกประการ

“ผลกระทบโดยตรงนั้น จะทำให้เกิดการข่มขู่อย่างรุนแรงต่อนักการเมืองฝ่ายค้านชาวกัมพูชาหลายร้อยคน นักเคลื่อนไหวจากองค์กรพัฒนาเอกชนและผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้หลบหนีมายังประเทศไทยเพื่อหลบหนีการปราบปรามทางการเมืองของ ฮุนเซน”

การสังหาร ลิม กิมยา ตรงกันวันที่ 7 มกราคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วันแห่งชัยชนะ สำหรับพรรค CCP ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดระบอบปกครองอันโหดเหี้ยมของกลุ่มเขมรแดง ภายใต้การนำของนายพล พต เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี ค.ศ.1979 นับแต่นั้นมา ประเทศนี้ก็ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองที่เข้มงวดของฮุน เซน และปัจจุบันคือฮุน มาเนต ลูกชายของเขา โดยแทบไม่มีพื้นที่สำหรับการต่อต้านทางการเมือง

ในพิธีรำลึก ฮุนเซนได้เรียกร้องให้มีกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อประณามผู้ที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลของลูกชายของเขาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย… ที่ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

แม้ว่าจะมีการต่อต้านพรรค CPP ที่ได้ผลเล็กน้อย ตั้งแต่ปี 1979 แต่สิ่งนั้นเกือบจะเปลี่ยนไปในปี 2013 ซึ่ง ลิม กิมยา ได้รับเลือกเป็นสมาชิกฝ่ายค้านของรัฐสภากัมพูชา หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งพรรครัฐบาลเกือบจะพ่ายแพ้ต่อพรรค CNRP

ฝ่ายค้าน ได้ใช้ประโยชน์จากกระแสสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประชาชน หลังจากฮุน เซนปกครองด้วยนโยบายหัวรุนแรงมาหลายทศวรรษ แม้ว่าพรรค CNRP เคยถูกมองว่าเป็นคู่ต่อสู้เพียงพรรคเดียวของพรรค CPP และอาจเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่พรรคนี้ก็ถูกยุบโดยระบบตุลาการของกัมพูชาที่สนับสนุนทางการเมืองในปี 2560

ตั้งแต่นั้นมา ผู้นำและผู้สนับสนุนฝ่ายค้านจำนวนมากได้ลี้ภัยไปต่างประเทศ ท่ามกลางกระแสการจับกุม และฮุน เซน ซึ่งสัญญาว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเขา “ตกนรก”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง