หน้าแรก ต่างประเทศ คิม จองอึน แบ...

คิม จองอึน แบน ฮอตดอก ชี้เป็นการทรยศชาติ ใครฝ่าฝืน ต้องถูกส่งตัวเข้าค่ายแรงงาน

9.01.25 | 15:10 น.

คิม จองอึน สั่งห้ามบริโภค-ประกอบอาหาร ที่มีฮอตดอก ชี้เป็นการทรยศชาติ ใครฝ่าฝืน ถูกส่งตัวเข้าค่ายแรงงาน 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ สั่งควบคุมการขายฮอตดอกในเกาหลีเหนือ โดยมีโทษกักขังในค่ายแรงงาน

รายงานข่าวระบุว่า ชาวเกาหลีเหนือถูกห้ามรับประทานฮอตดอก เป้าหมายเพื่อควบคุมวัฒนธรรมตะวันตกที่แทรกซึมเข้ามาในเกาหลีเหนือ หรืออาณาจักรฤาษี (hermit kingdom)

ผู้นำเผด็จการคิมได้ประกาศว่า การเสิร์ฟฮอตดอก นับเป็นการทรยศชาติ ท่ามกลางกระแสความนิยมในการรับประทานอาหารเกาหลีใต้ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ประชาชนคนใดที่รับประทาน หรือประกอบอาหารที่มีฮอตดอก จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องใช้ชีวิตในค่ายแรงงานอันเลื่องชื่อของประเทศ ขณะเดียวกันเปียงยางยังประกาศว่า ผู้ที่หย่าร้างอาจถูกจำคุกได้เช่นกัน

Advertisement
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามวัฒนธรรมทุนนิยมในหมู่ประชาชน ทางการได้สั่งห้ามการจำหน่าย “บูแดจิเก” ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ เมนูหม้อไฟเกาหลี-อเมริกันรสจัดจ้านที่รู้จักกันในชื่อ “บูแดจิเก” หรือ “สตูว์ฐานทัพทหาร” มีส่วนผสมอย่างฮอตดอกและสแปม (แฮมกระป๋อง)

อาหารจานนี้ ถือกำเนิดขึ้นจากเนื้อสัตว์ที่ทหารอเมริกันซึ่งประจำการในภูมิภาคช่วงสงครามเกาหลีในปี 1950 เหลือทิ้งไว้ โดยชาวบ้านที่ขาดแคลนได้นำวัตถุดิบเหล่านั้น ได้นำมาสร้างสรรค์เป็นสตูว์รสชาติกลมกล่อม และเชื่อว่า เมนูฟิวชั่นนี้ เริ่มแพร่หลายเข้าสู่เกาหลีเหนือในช่วงปี 2017 หลายทศวรรษหลังจากที่ถูกคิดค้นขึ้นในเกาหลีใต้

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Radio Free Asia (RFA) รายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือได้สั่งห้ามจำหน่ายเมนู “บูแดจิเก” รวมถึง “ต๊อกบกกี” ซึ่งเป็นขนมเค้กข้าวนึ่งยอดนิยมอีกเมนูหนึ่งที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้

พ่อค้ารายหนึ่งในจังหวัดรยางกังทางตอนเหนือให้สัมภาษณ์กับ The Sun ว่า “ตอนนี้การขายบูแดจิเกในตลาดได้หยุดลงแล้วตำรวจและผู้ดูแลตลาดได้ประกาศชัดเจนว่า หากใครถูกจับได้ว่าขายเมนูนี้ จะถูกสั่งปิดกิจการทันที”

ขณะเดียวกัน รายงานในเดือนธันวาคม ระบุว่า สำหรับประชาชนบางส่วนในเกาหลีเหนือที่เป็นผู้หย่าร้างอาจถูกส่งตัวไปยังค่ายแรงงานเป็นเวลา 1 ถึง 6 เดือน เนื่องจากถูกมองว่าเป็นการกระทำผิด การหย่าร้างถือเป็นเรื่องต้องห้ามในประเทศนี้ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่ออุดมการณ์สังคมนิยม โดยกระบวนการหย่าร้างใดๆ จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อน

ทั้งนี้ หญิงรายหนึ่งที่เคยถูกส่งตัวไปทำงานในค่ายแรงงานเป็นเวลา 3 เดือนในจังหวัดพย็องอันใต้ เปิดเผยกับ RFA ว่า ผู้หญิงมักได้รับโทษที่หนักกว่าผู้ชาย ในค่ายฝึกแรงงานของเขตนี้ มีผู้หญิงประมาณ 80 คน และผู้ชาย 40 คนที่ถูกคุมขัง

“ในจำนวนนี้ มีชายหญิงประมาณ 30 คนที่ถูกจำคุกเนื่องจากคำสั่งหย่าร้าง โดยผู้หญิงมักได้รับโทษที่ยาวนานกว่าผู้ชาย” เธอกล่าว