People in Focus: อ่านพฤติกรรม ‘ยุน ซอกยอล’ ทำโสมขาวลุกเป็นไฟ
การตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้นำของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชียที่มีความเข้มแข็งทางระบอบประชาธิปไตยอย่างเกาหลีใต้ ถึงได้กระทำการที่ไร้เหตุผลเช่นนี้
ท่ามกลางการลุกฮือต่อต้านของประชาชน ประกอบกับการการรุกหนักของฝ่ายค้านในสภา ตั้งแต่การยื่นญัตติถอดถอนตัวประธานาธิบดีไปจนถึงรักษาการประธานาธิบดี รวมถึงการที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีก่อกบฏ ยุนประกาศว่าเขาจะต่อสู้ไปจนถึงที่สุดกับกองกำลังต่อต้านรัฐที่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ประเทศอยู่ในอันตราย นอกจากนั้น ยุนอ้างว่าการประกาศกฎอัยการศึกของเขานั้นถือเป็นการกระทำที่แน่วแน่ตามหลักธรรมมาภิบาล แสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นของยุนว่าตนไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด
มีการรายงานจากเดอะโคเรียไทม์ถึงการวินิจฉัยโดยจิตแพทย์ว่า ยุนมีแนวโน้มที่จะเป็น Narcissist หรือโรคหลงตัวเอง ทำให้เขาไม่สามารถรับคำวิจารณ์ในการกระทำผิดของเขาได้ โดยระบุว่า Narcissist จะไม่สามารถสะท้อนกระทำของตน มักหาเหตุผลมาอ้างในการกระทำ ไปพร้อมกับการสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชังเมื่อจนมุม จึงทำให้สามารถอธิบายได้ว่าทำไมยุนถึงกล่าวว่า ตนมีความจำเป็นต้องปกป้องประเทศจากศัตรูในประเทศและนอกประเทศ และยังคงดึงดันแม้ทีมสอบสวน CIO จะพยายามบุกเข้ามาจับกุมตัวยุนถึงที่บ้านเมื่อวันที่ 3 มกราคม ก็ตาม
สามารถสังเกตได้อีกว่า ยุนเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาอย่างเสมอ เขาจบการศึกษาระดับนิติศาสตร์มหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ และยังสามารถก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในสายงานด้านกฎหมาย หลังจากที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้เมื่อปี 2019
กระนั้นก็ดี เมื่อยุนขึ้นนั่งบัลลังก์ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เขากลับไม่ได้รับการยกยอปอปั้นตามที่ผู้ที่เป็น Narcissist คาดหวังไว้ คะแนนนิยมของเขาลดฮวบ พรรคพีพีพีของเขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอย่างยับเยิน ขณะที่ประสบกับข้อครหาในเรื่องคอร์รัปชันหลายกรณี ส่งผลกระทบต่ออีโก้ของยุน ซึ่ง Narcissist กลัวความอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง สร้างความกดดันแก่ตัวยุนอย่างหนัก จนทำให้เขาเลือกที่จะประกาศกฎอัยการศึกในที่สุด
ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จุดจบของประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนนี้จะเป็นอย่างไร

