หน้าแรก ต่างประเทศ ‘โดนัลด์ ทรัม...

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินถอยหลังกลับสู่ ‘ลัทธิมอนโร’ ศตวรรษที่ 19

14.01.25 | 13:05 น.

ยังไม่ทันได้ทำงาน “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐก็เหิมเกริมส่งออกถ้อยแถลงผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องเป็นอนุกรม พฤติการณ์เป็นการสั่นสะเทือนหลายประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรป นอกจากลดระดับของประเทศแคนาดาให้เป็น “รัฐที่ 51” ของสหรัฐ ยังโพนทะนาจะเรียกคืนคลองปานามา ตลอดจน “รับซื้อ” กรีนแลนด์ และรวมเข้ากับสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวกัน

โดนัลด์ ทรัมป์เป็นคนพูดจาเพื่อความสะดวกเฉพาะคราวหนึ่งๆ เท่านั้น ถ้อยคำที่ปรากฏนั้น จริงเท็จผสมผสานคละเคล้ากันไป ส่วนวลีที่ปรากฏมาโดยตลอดคือ “America First” ย่อมมีนัยในการขยายลัทธิเจ้าโลกของสหรัฐ เพราะทรัมป์กล่าวว่า อำนาจอธิปไตยของประเทศอื่นมิใช่เป็นเรื่องที่จะละเมิดไม่ได้

ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองต่างประเทศที่อึมครึม ในทวีปลาตินอเมริกา มีหลายประเทศกำลังทยอยมาคบกับประเทศจีน เพื่อความร่วมมือในการพัฒนา ในขณะที่ทรัมป์มีเจตนาที่จะทำการฟื้นฟู “ลัทธิมอนโร” เพื่อถวิลหาขอบเขตแห่งอำนาจ โดยการรวบทวีปอเมริกาเข้าอยู่ในผังเมืองของสหรัฐ แต่ว่าเวลาเปลี่ยนไป ลัทธิมอนโรไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเป็นพฤติกรรมที่ระรานและข่มเหงผู้อื่น

ที่น่าสนใจที่สุดคือ ในวันเทศกาลคริสต์มาส “ทรัมป์” ส่งคำอวยพรผ่านสื่อออนไลน์ หนึ่งในนั้นได้พาดพิงถึงประเทศจีนว่า “ทหารจีนได้ทำการขนถ่ายสินค้าผ่านคลองปานามาโดยผิดกฎหมาย” กรณีเสมือนการแกว่งเท้าหาเสี้ยน เพราะเป็นการกลั่นแกล้งผู้อื่น เข้าทำนองสำนวนจีน “โรคเข้าทางปาก ภัยออกจากปาก”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกขาน “จัสติน ทรูโด” นายกรัฐมนตรีแคนาดาว่า “ผู้ว่าการรัฐ” โดยให้เหตุผลว่า “ถ้าแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ประชาชนก็จะได้รับอานิสงส์กับอัตราภาษีที่ต่ำและจะดลบันดาลให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข” เป็นคำพูดที่ “ยกตนข่มท่าน” และดูหมิ่นผู้อื่น อีกทั้งประกาศว่า ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ขอบเขตอำนาจของสหรัฐควรต้องขยายไปยังกรีนแลนด์ คือสาเหตุที่จะซื้อทั้งเกาะ กรณีเป็นการก้าวร้าวระราน เพราะกรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก บูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตย
ละเมิดมิได้

Advertisement

ตอนหาเสียงเขาได้ประกาศว่าจะ “ทำศึก” กับแก๊งค้ายาเสพติดของเม็กซิโกโดยส่งทหารเข้าบุกรุกโจมตีทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ แต่แล้วคำมั่นก็หายเงียบไป

ส่วนคำขวัญ “America First” คือนโยบายบริหารประเทศของทรัมป์ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคือการมองแต่การเมืองภายใน มิได้คำนึงถึงโลกภายนอก ในความเป็นจริงสหรัฐกำลังมุ่งสู่เส้นทางที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง

อันลัทธิมอนโร (Monroe Doctrine) คือลัทธิที่ก่อกำเนิดโดยอดีตประธานาธิบดีมอนโรในปี 1823 โดยเสนอว่า “ทวีปอเมริกาคือทวีปของคนอเมริกา” คัดค้านการกระทำละเมิดของคนยุโรป

ลัทธิมอนโรคือลัทธิโดดเดี่ยว มีจุดมุ่งหมายนำพาประเทศให้อยู่ในความสงบและหนึ่งเดียว ไม่ต้องการให้ชาวยุโรปมาแทรกแซงด้านการเมืองหรือถวิลหาดินแดนในทวีปอเมริกา ประเทศในภูมิภาคย่อมต้องคล้อยตามวัตถุประสงค์ของสหรัฐ เป็นเหตุก่อให้เกิดกระแสต่อต้านสหรัฐจากฝ่ายซ้ายของนักการเมืองทวีปอเมริกา

หลังสงครามเย็นยุติ ฝ่ายซ้ายพยายามแยกตัวออกจากการครอบครองของสหรัฐ รัฐบาลปานามาก็ทราบดีว่า ลัทธิมอนโรมิได้รับการตอบสนองจากประชาชน จึงประกาศว่า ลัทธิมอนโรได้ยุติลงแล้ว ต่อมาลาตินอเมริกาได้ทยอยมาร่วมมือพัฒนากับจีน จึงเป็นเหตุให้สหรัฐมุ่งสู่ลาตินอเมริกาอีกวาระ 1 ซึ่งถือว่าเป็น “หลังบ้าน”

ฉะนั้น การกลับมาใหม่ของทรัมป์จึงมีแนวโน้มสูงที่จะต้องฟื้นฟูลัทธิมอนโรโดยรวม พลพรรคอนุรักษนิยมสหรัฐได้มีการเตรียมการบ้างแล้วเกี่ยวกับปฏิบัติการเดินถอยหลังกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 19 จึงน่าเชื่อว่า ต่อไปนี้วอชิงตันจะต้องใช้ยุทธวิธีต่างๆ เพื่อกดดันประเทศในทวีปอเมริกาให้ห่างเหินจากประเทศจีน ถ้าประเทศใดขัดขืนก็ต้องถูกทอดทิ้งหรือกดขี่ข่มเหงตามวิสัย

ย่อมเป็นประจักษ์ว่า ทรัมป์คงหลงประเด็นหรือเกิดกิเลสเพราะความชรา โดยเข้าใจว่า การข่มขู่ประเทศอื่นต้องได้ผล แต่ต้องไม่ลืมว่า ลัทธิเจ้าโลก คือพฤติกรรมที่จะนำพาสหรัฐไปสู่ความวิบัติ

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช