รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มเครือข่ายพลังงานยูเครนครั้งใหญ่กลางฤดูหนาว
เมื่อวันที่ 15 มกราคม รัสเซียยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากใส่โรงงานผลิตก๊าซและแหล่งจ่ายพลังงานในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาพลังงานของยูเครนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวว่า กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธมากกว่า 40 ลูกในช่วงเช้า และยิงโดรนมากกว่า 70 ลูกชั่วข้ามคืน ทั้งนี้ กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า สามารถยิงป้องกันขีปนาวุธไปได้ 30 ลูก และโดรนอีก 47 ลูก ส่วนอีกโดรนอีก 27 ลูกนั้นถูกเบี่ยงเบนทิศทางและสูญหายไปด้วยการใช้เครื่องมื่อทางอิเล็กทรอนิกส์
เซเลนสกีกล่าวผ่าน X ว่า นี้เป็นอีกครั้งที่รัสเซียโจมตียูเครนครั้งใหญ่ และเป้าหมายของการโจมตีของรัสเซียนั้นยังคงเหมือนเดิม ซึ่งก็คือเครื่อข่ายด้านพลังงานที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
ผู้ว่าการแคว้นลวิวของยูเครนกล่าวว่า เกิดความเสียหายในแหล่งจ่ายพลังงานในเขตดรอฮอบิช (Drohobych) และสตรึย (Stryi) กระนั้นก็ดี ผู้ว่าการแคว้นอีวานโอ-ฟรันกิวสก์ (Ivano-Frankivsk) ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง กล่าวว่า สามารถป้องกันการโจมตีเครือข่ายพลังงานของรัสเซียได้
ขณะที่เคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ก็ถูกโจมตีเช่นกัน โดยมีประชาชนจำนวนมากต้องหลบภัยอยู่สถานีรถไฟใต้ดิน ปูเสื่อโยคะเพื่อนอนและใช้เก้าอี้พับเพื่อนั่งร่วมกับสัตว์เลี้ยงด้วย
ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า กองทัพรัสเซียสามารถโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ทั้งหมด รวมถึงสถานที่จัดเก็บก๊าซขนาดใหญ่ในสตรึย อีกทั้ง ในแถลงการณ์ของกระทรวงที่ออกมาหลังจากเวลาเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า การโจมตีในครั้งนี้เป็นการโจมตีตอบโต้ขีปนาวุธ ATACMS ของสหรัฐ และขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์ของสหราชอาณาจักร บวกกับการโจมตีคราสโนดาร์ในรัสเซีย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับการขนส่งก๊าซโดยใช้ท่อส่งก๊าซเติร์กสตรีมด้วย

