บลูออริจินเฮ! ส่งจรวด ‘นิวเกลนน์’ ขึ้นสู่วงโคจรครั้งแรกสำเร็จ แต่บูสเตอร์ไม่ลงจอดตามเป้า
เมื่อวันที่ 16 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จรวดนิวเกลนน์ ของ บลูออริจิน บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีอวกาศและบริการการท่องเที่ยวอวกาศของ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกัน ทะยานออกจากฐานปล่อยที่สถานีกองทัพอวกาศเคปคานาเวอรัล ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 02.00 น.ของวันพฤหัสบดี(16 ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ในภารกิจแรกสู่อวกาศ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการส่งจรวดเข้าสู่วงโคจรของบริษัทอวกาศของเบซอส ที่ตั้งเป้าจะแข่งขันกับ สเปซเอ็กซ์ บริษัทคู่แข่งในตลาดธุรกิจการปล่อยดาวเทียม
จรวดนิวเกลนน์ ซึ่งมีความสูงเท่าตึก 32 ชั้น โดยที่จรวดตอนแรกสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้นั้น ทะยานออกจากฐานปล่อยเมื่อเวลา 02.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยเครื่องยนต์ทั้ง 7 เครื่องของจรวดลำนี้ส่งเสียงคำรามขณะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในความพยายามส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งที่ 2 ท่ามกลางเสียงปรบมือด้วยความดีใจของพนักงานหลายร้อยคนที่สำนักงานใหญ่ของบลูออริจิน ที่เมืองเคนต์ รัฐวอชิงตัน และที่โรงงานจรวดในฟลอริดา ซึ่งนายอาเรียน คอร์เนล รองประธานบริษัทบลูออริจิน ประกาศว่าจรวดตอนที่ 2 ได้ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จดังที่รอคอยมานาน
อย่างไรก็ตาม แม้คอร์เนลกล่าวยืนยันว่าจรวดตอนแรก หรือ บูสเตอร์ ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้มีกำหนดจะลงจอดบนเรือบรรทุกเป้าหมายในมหาสมุทรแอตแลนติกหลังแยกตัวออกจากจรวดตอนที่ 2 ทว่าการกลับมาลงจอดตามเป้าที่กำหนดของบูสเตอร์นั้นกลับล้มเหลว
ก่อนหน้านี้บลูออริจินได้พยายามจะส่งจรวดนิวเกลนน์ขึ้นสู่วงโคจรเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากมีน้ำแข็งเกาะสะสมอยู่บนตัวขับเคลื่อน ทำให้ไม่สามารถส่งจรวดได้
อย่างไรก็ดีภารกิจนี้นับเป็นการบรรลุจุดสุดยอดของการพัฒนาที่ใช้เวลาร่วม 10 ปีและใช้งบประมาณมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการเดินทางครั้งแรกของบลูออริจินสู่วงโคจรโลกในรอบ 25 ปีนับตั้งแต่เบซอสก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้น

