รมว.กต.ซาอุดีฯเยือนไทย ประชุมสภาความร่วมมือ 2 ชาติครั้งแรก ดันร่วมมือมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้าน

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังได้ต้อนรับ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดีอาระเบีย-ไทย (Saudi–Thai Coordination Council Meeting: STCC) ว่า มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และการประชุม STCC ดังกล่าวยังเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย
นายมาริษกล่าวว่า STCC เป็นกลไกที่ครอบคลุมความร่วมมือระหว่างสองประเทศใน 5 มิติ ได้แก่ การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การลงทุน และวัฒนธรรม และการประชุมครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากผลการหารือระหว่างนายเศรษฐา ทวีสิน ครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ เมื่อปี 2566

นายมาริษกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับข้อริเริ่มของความร่วมมือระหว่างกันกว่า 70 โครงการ ซึ่งครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 70 หน่วยงาน ภายใต้คณะกรรมการทั้ง 5 คณะ โดยตนได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของไทย ในการร่วมกันจัดลำดับความสำคัญและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันข้อริเริ่มเหล่านี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศในทุกมิติ
“นับตั้งแต่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุนได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภาคสำคัญต่างๆ ซึ่งรวมถึงการบริการเศรษฐกิจสีเขียว และเกษตรกรรม คิดเป็นมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 120,654 ล้านบาท)” นายมาริษกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยยังได้รับอนุมัติให้ออกใบรับรองตราฮาลาล สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไปยังซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะปัจจุบันเป็นตลาดสำคัญที่มีมูลค่ามากกว่า 40 ล้านบาท และยังมีแผนร่วมกันส่งเสริมการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระหว่าง 2 ประเทศด้วย
นายมาริษย้ำว่า การประชุมครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันจะนำมาซึ่งผลประโยชน์อันเป็นรูปธรรมร่วมกันต่อไปในอนาคต


