หน้าแรก ต่างประเทศ คอลัมน์ไฮไลต์...

คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ระวังทุเรียนไทย เสียท่าทุเรียนเวียดนาม

18.01.25 | 09:30 น.
แฟ้มภาพเอเอฟพี

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ระวังทุเรียนไทย เสียท่าทุเรียนเวียดนาม

เมื่อไม่กี่วันมีข่าวทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่ส่งไปจีนถูกปฏิเสธการนำเข้า เนื่องจากไม่มีผลตรวจสาร Basic Yellow 2 ซึ่งเป็นสารเคมีย้อมผลอันตรายที่ก่อมะเร็งแนบมาด้วยตามข้อกำหนด เรื่องนี้หากปล่อยไปโดยไม่เร่งตรวจสอบและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก็สุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการส่งออกและชื่อเสียงของทุเรียนไทย ที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพพรีเมียมเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในตลาดจีนที่มีศักยภาพอย่างมากได้

ยิ่งเพิ่งมีรายงานการส่งออกทุเรียนของเวียดนามสู่ตลาดโลกออกมาล่าสุด ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ว่าหากเราไม่รักษาคุณภาพและมาตรฐานของทุเรียนไทยที่เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกอยู่แล้ว ก็อาจจะเสียรังวัดให้กับทุเรียนเวียดนาม ที่เป็นคู่แข่งที่น่าจับตาได้

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ซีบีเอ็นบีซีรายงานว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา การส่งออกทุเรียนเวียดนามไปตลาดโลกมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.8 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2566 และคิดเป็นเกือบ 50% ของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมดของเวียดนาม

ความสำเร็จนี้ของเวียดนามส่วนใหญ่มาจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดจีน ซึ่งทุเรียนถือเป็นผลไม้หรูหราและกลายเป็นปรากฎการณ์มาแรงในกลุ่มชนชั้นกลางของจีน โดยทุเรียนยังถูกนำไปรังสรรเป็นเมนูอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมมากมาย

Advertisement

จากข้อมูลระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา จีนมีการนำเข้าทุเรียนจำนวนทั้งสิ้น 1.53 ล้านตัน มีมูลค่า 6,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดที่ให้ผลกำไรงามแห่งนี้มากถึง 47% ไล่หลังทุเรียนไทยที่ครองแชมป์ตลาดมาติดๆ

ส่วนทุเรียนอินโดนีเซียที่พยายามช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด มีการส่งออกทุเรียนในปี 2566 มีมูลค่าเพียง 1.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าขีดความสามารถของเวียดนามอยู่มาก

ซีเอ็นบีซียกย่องความสำเร็จของทุเรียนเวียดนามที่กลายเป็นคู่แข่งขันในตลาดทุเรียนที่น่ากลัว จากการดำเนินกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งการรักษาผลผลิตที่มีคุณภาพสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการใช้พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและที่ราบสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดระดับพรีเมียม การปรับปรุงคุณภาพ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการขยายตลาดในต่างประเทศ

การทำข้อตกลงการค้าทางยุทธศาสตร์กับจีนในปี 2565 ยังเสริมสร้างสถานะของเวียดนามให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ท่ามกลางความมุ่งมั่นของเวียดนามที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารที่เข้มงวด การตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าได้และการใช้เทคโนโลยีแช่แข็งที่ทันสมัย

เหล่านี้มองได้ว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ทุเรียนเวียดนามจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับทุเรียนไทย หากเราไม่รักษาคุณภาพและมาตรฐานที่มีอยู่ให้เสถียรยั่งยืนหรือพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก เราก็อาจจะพลาดท่าเสียทีให้กับคู่แข่งในตลาดได้