ปธ.อาเซียนชูสามัคคี-บูรณาการศก. รับมือโลกป่วน ตั้งอดีตปลัด กต.ผู้แทนพิเศษเมียนมา
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเข้าร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการ (เอเอ็มเอ็มรีทรีต) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังการรับหน้าที่ประธานอาเซียนของมาเลเซียในปีนี้ภายใต้หัวข้อ “การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Inclusivity and Sustainability) ที่เกาะลังกาวีในวันที่ 19 มกราคม โดยประเด็นความท้าทายกับการจัดการกับวิกฤตสงครามการเมืองในเมียนมาและข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง
นายโมฮัมหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวเปิดการประชุมว่า อาเซียนต้องเสริมสร้างความสามัคคีและให้ความสำคัญสูงสุดกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกและการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่การขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เกิดคำถามว่าอาเซียนจะกำหนดพลวัตในภูมิภาคได้อย่างไร
“อาเซียนจำเป็นต้องรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นต่อความเป็นแกนกลางของอาเซียน เราต้องมั่นใจว่าอาเซียนจะยังคงเป็นเวทีหลักในการแสดงหาการแก้ปัญหา เราต้องเป็นผู้พูด ไม่ใช่ผู้ที่ถูกพูดถึง และเราต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนเส้นทางของเราเองไปข้างหน้า” โมฮัมหมัดกล่าว
นายโมฮัมหมัดยังได้แจ้งที่ประชุมเอเอ็มเอ็มรีทรีตว่า มาเลเซียได้แต่ตั้งนายออธมัน ฮาซิม อดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ที่เกษียนไปเมื่อปี 2016 เป็นผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนว่าด้วยเรื่องเมียนมา โดยเขาได้แสดงความขอบคุณชาติสมาชิกอาเซียนที่ให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของนายออธมันในฐานะทูตพิเศษ
ทั้งนี้ นายออธมันไม่เพียงแต่ดำรงตำแหน่งอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียในขณะที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียนในปี 2015 แต่เขายังดำรงตำแหน่งในหลายประเทศ รวมถึงเป็นเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำสหรัฐ และผู้แทนถาวรมาเลเซียประจำสหประชาชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนมาเลเซียในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) และยังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนมาเลเซียในการประชุม UNHRC ในระหว่างปี 2009-2013
สื่อต่างประเทศคาดว่า มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่นำเมียนมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียขณะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 1997 จะดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นในกรณีเมียนมา หลังจากวิกฤตในเมียนมาทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การหลอกลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นตลอดแนวชายแดนของเมียนมา

