หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์ลงนามคำ...

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารชุดแรก ถอนตัวข้อตกลงปารีส อภัยโทษบุกคองเกรส เลิกคุม AI

21.01.25 | 08:39 น.
AFP

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารชุดแรก ถอนตัวข้อตกลงปารีส อภัยโทษบุกคองเกรส เลิกคุม AI

หลังเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 20 มกราคม ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหารชุดแรก ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญมากมาย ซึ่งรวมถึงการถอนตัวจากข้อตกลงกรุงปารีสว่าด้วยการลดโลกร้อน

ทรัมป์นั่งที่โต๊ะพร้อมลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับที่อยู่ในแฟ้มท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของฝูงชนที่ให้การสนับสนุนเขา ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการดำเนินการตามแผนงานอันกว้างไกลเพื่อขยายอาณาเขตของอเมริกา ยับยั้งการอพยพ เพิ่มการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล และยกเลิกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมบอกด้วยว่าเขาจะลงนามคำสั่งเพิ่มเติมอีกเมื่อไปถึงทำเนียบขาว

การลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังพิธีสาบานตน โดยการถอนตัวจากข้อตกลงกรุงปารีสอีกครั้งสะท้อนถึงจุดยืนเดิมของทรัมป์ ที่เคยลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวมาแล้วในปี 2017 เมื่อเข้าสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก

ข้อตกลงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในระยะยาวให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม หรือหากทำไม่ได้ตามเป้าหมายดังกล่าว ก็ให้คงอุณหภูมิไว้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

Advertisement

ทรัมป์ยังได้ลงนามในจดหมายถึงสหประชาชาติโดยระบุถึงความตั้งใจของสหรัฐที่จะถอนตัวจากข้อตกลงกรุงปารีสที่มีการลงนามในปี 2015 ซึ่งอนุญาตให้ประเทศต่างๆ กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายที่เข้มงวดมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยประเทศต่างๆ จะต้องกำหนดเส้นตายในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 สำหรับแผนงานใหม่ของแต่ละประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม รัฐบาลไบเดนที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้เสนอแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐลงมากกว่า 60% ภายในปี 2035

คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงปารีสเป็นหนึ่งในข้อตกลงระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งที่ไม่สะท้อนถึงค่านิยมของสหรัฐ และนำเงินภาษีของประชาชนสหรัฐไปใช้กับประเทศที่ไม่ต้องการหรือสมควรได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อประโยชน์ของชาวอเมริกัน

“แทนที่จะเข้าร่วมข้อตกลงระดับโลก ผลงานที่ประสบความสำเร็จของสหรัฐในการบรรลุเป้าหมายทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควรเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ” ทรัมป์กล่าว

คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแรกของทรัมป์เป็นการเพิกถอนนโยบายของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ควบคุมปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) นอกจากนี้ เขายังสั่งระงับการจ้างงานของรัฐบาลกลางและสั่งให้พนักงานของรัฐกลับไปที่สำนักงานแทนที่จะทำงานจากที่บ้าน

ไม่นานหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ เจ้าหน้าที่ชายแดนสหรัฐได้สั่งปิดโครงการที่อนุญาตให้ผู้อพยพหลายแสนคนเข้าสหรัฐได้อย่างถูกกฎหมายโดยการนัดหมายผ่านสมาร์ทโฟน นัดหมายที่มีอยู่ถูกยกเลิก ขณะที่ในกระทรวงต่างประเทศ นักการทูตอาวุโสที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดกว่าสิบคนถูกขอให้ลาออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการในวงกว้าง เพื่อแทนที่ข้าราชการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดด้วยผู้ภักดีต่อทรัมป์

ทรัมป์กล่าวด้วยว่าเขาจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่ชายแดนทางใต้ที่ติดกับเม็กซิโก ส่งทหารไปที่นั่น และกลับมาใช้นโยบายบังคับให้ผู้อพยพที่ขอสถานะผู้ลี้ภัยรอการพิจารณาคดีของศาลสหรัฐในเม็กซิโก ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นปฏิบัติการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการเนรเทศผู้อพยพหลายล้านคน

ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนาในคำสั่งฝ่ายบริหารอีกชุดเมื่อมาถึงทำเนียบขาว / AFP

ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์นโยบายมากมายของรัฐบาลไบเดนขณะสาบานตน โดยมีไบเดนนั่งอยู่ใกล้ๆ ตั้งแต่นโยบายการโยกย้ายถิ่นฐานไปจนถึงการต่างประเทศ โดยระบุว่า “เรามีรัฐบาลที่ให้เงินทุนไม่จำกัดในการป้องกันพรมแดนต่างประเทศ แต่ปฏิเสธที่จะปกป้องพรมแดนอเมริกา หรือที่สำคัญกว่านั้นคือ ประชาชนของตนเอง”

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาจะออกคำสั่งยกเลิกโครงการความหลากหลายในหน่วยงานของรัฐบาลกลาง และกำหนดให้รัฐบาลยอมรับการเข้าทำงานของบุคคลตามเพศสภาพเมื่อแรกเกิดเท่านั้น

ทรัมป์ยังได้ลงนามคำสั่งอภัยโทษให้กับผู้สนับสนุนเขากว่า 1,500 คนที่ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐในวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อขัดขวางการรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ทรัมป์ระบุว่า พวกเขาเป็นตัวประกันที่ต้องได้รับการอภัยโทษอย่างสมบูรณ์ และหวังว่าคนทั้งหมดจะได้ออกจากคุกในคืนวันเดียวกันนี้ เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง

ด้านผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากก็พยายามเอาใจฝ่ายบริหารชุดใหม่ รวมถึงบุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก 3 คน คือ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ต่างก็มีที่นั่งที่โดดเด่นบนเวที ร่วมกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีและสมาชิกในครอบครัวของทรัมป์

เมื่อทรัมป์กล่าวว่าเขาจะส่งนักบินอวกาศไปยังดาวอังคาร ทำให้มัสก์ ซึ่งเคยพูดถึงการตั้งอาณานิคมบนดาวเคราะห์ดวงนี้มานานแล้ว ชูกำปั้นขึ้นด้วยความดีใจ

ทรัมป์แสดงตนเป็นผู้ช่วยให้รอดที่พระเจ้าเลือกมาเพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังสั่นคลอน การเข้ารับตำแหน่งของเขาถือเป็นการกลับมาอย่างมีชัยชนะของนักปฏิวัติทางการเมืองผู้รอดชีวิตจากการลอบสังหาร 2 ครั้ง และได้รับการชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการเลือกตั้งแม้จะถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญา และถูกดำเนินคดีจากความพยายามพลิกกลับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งในปี 2020

“พระเจ้าช่วยชีวิตผมไว้เพื่อให้ประเทศอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในรอบกว่าศตวรรษที่ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 หลังจากแพ้การเลือกตั้งในทำเนียบขาว และเป็นอาชญากรคนแรกที่ได้ก้าวเข้ามาในทำเนียบขาว ทรัมป์ยังเป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดที่เคยสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากการครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสหรัฐโดยพรรครีพับลิกันอีกด้วย