‘ทรัมป์’ สั่งชะลอใช้กฎหมายแบน TikTok 75 วัน รับช่วยเอาชนะใจคนรุ่นใหม่ คว้าชัยเลือกตั้ง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 20 มกราคม ให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายแบนติ๊กต็อก (TikTok) แอพพลิเคชั่นแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยมของบริษัทไบต์แดนซ์ของจีน ออกไป 75 วัน ถือเป็นหนึ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารแรกๆ ที่ทรัมป์ลงนามหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ
กฎหมายแบนติ๊กต็อกซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งแบนการใช้งานและอัปเดตแอพพ์ติ๊กต็อกในสหรัฐ หลังเลยเส้นตายที่ขีดไว้ให้ไบต์แดนซ์ขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ ไม่อย่างนั้นจะถูกแบนในสหรัฐ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวผ่านโดยสภาคองเกรสและลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนเมื่อปีที่แล้ว จากความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจใช้ติ๊กต็อกในการสอดแนมสหรัฐ หรือเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของสาธารณชนสหรัฐจากการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานชาวอเมริกันและมีอิทธิพลต่อคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มดังกล่าว
แอพพ์ติ๊กต็อกถูกแบนไม่สามารถใช้งานได้ในสหรัฐในช่วงกลางดึกวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะกลับมาให้บริการในสหรัฐอีกครั้งในวันที่ 19 มกราคม โดยระบุว่าทรัมป์ทำให้ติ๊กต็อกกลับมาให้บริการในสหรัฐอีกครั้ง
ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะเร่งดำเนินการเพื่อช่วยติ๊กต็อกจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ทรัมป์กล่าวในการลงนามคำสั่งว่า “ผมคิดว่าผมมีความรู้สึกที่ดีกับติ๊กต็อกอย่างที่ผมไม่เคยมีมาก่อนในตอนแรก ผมเข้าไปเล่นติ๊กต็อกและชนะใจคนรุ่นใหม่” ซึ่งทรัมป์ยกเครดิตให้กับแอพพ์ติ๊กต็อกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับคะแนนโหวตจากคนวัยหนุ่มสาวจนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวของทรัมป์ รัฐมนตรียุติธรรมของสหรัฐจะต้องออกคำแนะนำเรื่องการชะลอการบังคับใช้กฎหมายแบนติ๊กต็อก และส่งจดหมายไปยังผู้ให้บริการต่างๆ เพื่อยืนยันว่าพวกเขาจะไม่ถูกเอาผิดจากการอัปเดตและให้ติ๊กต็อกสามารถใช้งานในสหรัฐได้ต่อไปในช่วงเวลา 75 วันจากนี้ การให้ความชัดเจนแก่ผู้ให้บริการนี้มีความสำคัญต่อบริษัทอย่างแอปเปิลและกูเกิล ที่ถูกกฎหมายระบุให้ลบแอพพลิเคชั่นติ๊กต็อกออกจาก app store และขัดขวางการอัปเดตแอพพ์ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อการเข้าใช้งานติ๊กต็อกต่อ 1 บัญชีใช้งาน
การชะลอกฎหมายแบนติ๊กต็อกออกไป 75 วันนั้นมีเป้าหมายให้รัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ของทรัมป์สามารถหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยการปกป้องความมั่นคงของประเทศขณะที่ยังช่วยให้ชาวสหรัฐ 170 ล้านคนสามารถใช้งานติ๊กต็อกได้ต่อไป

