ผู้นำโลกยินดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ รับตำแหน่งปธน.มะกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้นำโลกหลายคนได้ออกมาแสดงความยินดีกับการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสาบานตนรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มกราคม
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐเป็นคนที่เด็ดขาดเสมอ และสันติภาพจากนโยบายที่เข้มแข็งที่ทรัมป์ได้ประกาศไว้ ได้มอบโอกาสของการเสริมความเข้มแข็งให้กับความเป็นผู้นำของอเมริกา รวมถึงบรรลุสันติภาพที่ยุติธรรมและยาวนานซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ด้าน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของทรัมป์ว่า ปูตินเปิดกว้างที่จะมีการพูดคุยกับรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ในเรื่องสงครามยูเครน ปูตินกล่าวว่า “ผมอยากที่จะเน้นย้ำว่าเป้าหมายของการเจรจาไม่ควรที่จะเป็นการสงบศึกในช่วงระยะสั้น แต่ควรเป็นการเจรจาเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน ถาวร บนพื้นฐานของการเคารพผลประโยชน์อันชอบธรรมของคนทุกฝ่าย”
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลกล่าวว่า ตนเชื่อว่าการทำงานร่วมกันกับทรัมป์อีกครั้งจะช่วยยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐและอิสราเอลให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ในนามของชาวอิสราเอล ตนอยากขอบคุณความพยายามของทรัมป์ในการช่วยเหลือให้มีการปล่อยตัวประกันอิสราเอล ตนเฝ้ารอที่จะทำงานกับทรัมป์เพื่อมีการปล่อยตัวประกันที่เหลือ ทำลายขีดความสามารถทางทหารของกลุ่มฮามาส และยุติการปกครองของฮามาสในฉนวนกาซา เพื่อทำให้แน่ใจว่ากาซาจะไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีก
มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์กล่าวว่า เราพร้อมทำงานกับทรัมป์เพื่อบรรลุให้เกิดสันติภาพในระหว่างที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ บนพื้นฐานของแนวทางแก้ปัญหา 2 รัฐ หมายความว่ารัฐปาเลสไตน์และรัฐอิสราเอลจะอยู่เคียงข้างกันอย่างมั่นคงและสันติสุข ทำให้แน่ใจว่าจะมีความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคของเราและโลก
นายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โพสต์ข้อความว่า การที่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง เราจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและกำลังการผลิต เราจะบรรลุเป้าหมายของสันติภาพผ่านความเข้มแข็งและนาโตไปด้วยกัน
นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า ขออวยพรให้นายโดนัลด์ ทรัมป์โชคดีกับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 สหภาพยุโรปเฝ้าคอยที่จะทำงานกับทรัมป์อย่างใกล้ชิดเพื่อต่อสู้กับความท้าทายของโลก สังคมของเราสามารถบรรลุความเจริญรุ่งเรืองที่ยิ่งใหญ่ขึ้นและเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกัน นี่คือความแข็งแกร่งในความร่วมมือที่ยาวนานระหว่างเรา
ประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บัม ของเม็กซิโกกล่าวว่า ในฐานะเพื่อนบ้านและพันธมิตรทางธุรกิจ การพูดคุย การเคารพ และความร่วมมือจะเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกเสมอ
ส่วน ประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน ของปานามาเน้นย้ำว่าคลองปานามายังคงและจะเป็นของปานามาต่อไป ตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศจะยึดคืนคลองปานามา โดยอ้างว่าจีนเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินการในคลองปานามา
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดากล่าวว่า เรามีความเข้มแข็งที่สุดยามที่เราทำงานร่วมมือกัน และตนเฝ้าคอยที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ และแคนาดากับสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก
นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่นกล่าวว่า ตนเฝ้าคอยที่จะร่วมงานกับทรัมป์เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น และร่วมกันเดินหน้าไปสู่เป้าหมายร่วมกันของเราในการทำให้อินโด-แปซิฟิกมีความเสรีและเปิดกว้าง
นายชเว ซังม็อก รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า รัฐบาลของเกาหลีใต้จะมุ่งกระชับความร่วมมือกับสหรัฐ และสนับสนุนผลประโยชน์เท่าเทียมบนค่านิยมร่วมกันระหว่างเกาหลีและสหรัฐ เราจะไปด้วยกัน
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวันกล่าวว่า สหรัฐเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการค้าที่สำคัญของไต้หวัน สหรัฐเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งที่มีค่านิยมร่วมกันในเรื่องประชาธิปไตยและเสรีภาพ
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ได้ส่งพระราชสาส์นส่วนพระองค์ไปให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง และสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่พิเศษและยาวนานระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐ
ส่วน นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียกล่าวว่าตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้งเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศเรา และเพื่อกำหนดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับโลก โดยโมดียังเรียกทรัมป์ว่า ”เพื่อนรัก”

