อนามัยโลกเสียใจ ทรัมป์สั่งสหรัฐถอนตัว หวั่นกระทบการรับมือวิกฤตทั่วโลก
นายทาริก จาซาเรวิช โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาแสดงความเสียใจกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่จะให้สหรัฐถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกขององค์กรภายใต้สหประชาชาติ
จาซาเรวิชกล่าวว่า เราหวังว่าสหรัฐจะพิจารณาใหม่อีกครั้ง และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการเจรจาที่สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันหรือผู้คนทั่วโลก
ด้าน นายคาร์ล เลาเทอร์บัค รัฐมนตรีสาธารณสุขเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีจะพยายามเกลี้ยกล่อมและโน้มน้าวทรัมป์ให้ยกเลิกการตัดสินใจถอนตัวออกจาก WHO เพราะการถอนตัวของสหรัฐจะส่งผลกระทบอย่างหนักกับการต่อสู้กับวิกฤตด้านสุขภาพในระดับนานาชาติทั่วโลก
การถอนตัวของสหรัฐจะส่งผลกระทบอย่างหนักเพราะสหรัฐเป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของ WHO หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของเงินทุนทั้งหมด ขณะที่เยอรมนีเป็นประเทศผู้บริจาคอันดับ 2 ที่ราว 3%
คำประกาศของทรัมป์มีขึ้นขณะที่ WHO กำลังดิ้นรนเพื่อหางบประมาณในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพทั่วโลก ตั้งแต่สถานการณ์ในฉนวนกาซาไปจนถึงยูเครน โดยงบประมาณของ WHO ในช่วง 2 ปี คือปี 2024-2025 สูงถึง 6.8 พันล้านดอลลาร์
ตามข้อมูลของ Donor Tracker แพลตฟอร์มติดตามการระดมทุนเพื่อการพัฒนา สหรัฐเป็นประเทศที่บริจาคเงินด้านสาธารณสุขรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยบริจาคเงินสูงถึง 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2022
คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาของสหรัฐที่ทำงานร่วมกับ WHO จะถูกเรียกตัวกลับและย้ายไปทำงานที่อื่น ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ WHO โดยส่งเจ้าหน้าที่ประมาณ 30 คน ไปประจำการที่เจนีวา เพื่อร่วมกันทำงานด้านการวิจัยและการระบาดของโรค นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ประสานงานของ WHO อีกหลายแห่งในสหรัฐ
สหรัฐอเมริกากับประเทศสมาชิก WHO อื่นๆ เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกที่ WHO กำกับดูแล ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับองค์ประกอบของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลประจำปี
นอกเหนือจากการทำงานกับ WHO แล้ว สหรัฐยังให้ทุนสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพระดับโลกอื่นๆ อีกมากมายด้วยเช่นกัน
กั่ว เจียคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ตอบคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าวของทรัมป์ว่า จีนรู้สึกกังวลกับการถอนตัวดังกล่าว และยังคงมุ่งมั่นต่อการดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ
“จีนจะสนับสนุน WHO ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเช่นที่เคยเป็นมา รวมถึงการทำงานเพื่อสร้างชุมชนสุขภาพร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ” กั่วกล่าว และว่า บทบาทของ WHO ควรได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนลง
กั่วยังตอบคำถามถึงการถอนตัวของทรัมป์จากข้อตกลงกรุงปารีสว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นความท้าทายร่วมกันที่มนุษยชาติทุกคนต้องเผชิญ ไม่มีประเทศใดที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง โดยจีนจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อรับมือกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างจริงจัง

