ทรัมป์เซ็นชุดใหญ่สั่งทันทีหลังพิธีสาบานตน 10 คำสั่งเขย่าโลก สะเทือนไทย ‘ฮู’เสียใจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 78 ปี ได้ทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเที่ยงวันที่ 20 มกราคมตามเวลาท้องถิ่น ที่ อาคารรัฐสภาสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน
ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์โดยเริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า “ยุคทองของอเมริกาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้ ประเทศของเราจะเจริญรุ่งเรืองและได้รับความเคารพนับถือจากทั่วโลกอีกครั้ง” และว่า ความเสื่อมถอยของอเมริกาได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยการกลับสู่อำนาจของเขาเป็นการปฏิเสธสถาบันที่รุนแรงและคอร์รัปชั่นที่เป็นการอ้างถึงการเป็นประธานาธิบดีสมัยไบเดน
ทรัมป์กล่าวต่อว่าเขาจะออกคำสั่งผู้บริหารชุดหนึ่งโดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีที่สหรัฐจะจัดการกับสถานะพลเมืองและการอพยพย้ายถิ่นฐาน โดยเขาจะประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติทางชายแดนตอนใต้ติดกับเม็กซิโก ซึ่งการเข้าเมืองผิดกฎหมายจะถูกระงับทันทีและจะเริ่มกระบวนการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายนับหลายล้านคนกลับไปยังต้นทางที่พวกเขาจากมา
ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงการค้าของสหรัฐ โดยสัญญาว่าจะดำเนินการเก็บภาษีจากประเทศอื่นๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือชาวอเมริกัน โดยจะเริ่มต้นด้วยการยกเครื่องระบบการค้าเพื่อปกป้องแรงงานชาวอเมริกันและครอบครัว
ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่าสหรัฐจะนำคลองปานามากลับคืนมา โดยกล่าวหาจีนว่าได้เข้าควบคุมคลองดังกล่าว “เราไม่ได้ให้กับจีน เราให้กับปานามา เรากำลังจะเอากลับคืนมา” ทรัมป์กล่าว และว่า ชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้จะเห็นตัวเองเป็นประเทศที่กำลังเติบโตอีกครั้ง ซึ่งจะขยายอาณาเขตของตนเอง โดยจะนำธงชาติสหรัฐไปปักบนดาวอังคาร
ต่อมาทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งบริหาร 10 คำสั่ง
1.ถอนตัวจากความตกลงกรุงปารีสแก้ปัญหาโลกร้อน เพิ่มผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล
2.ถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
3.ยึดกรีนแลนด์-คลองปานามา
4.4.รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจขึ้นภาษีสินค้าแคนาดา-เม็กซิโก 25% มีผล 1 ก.พ.
5.อภัยโทษผู้ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐกว่า 1,500 คน
6.ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนใต้ เนรเทศผู้อพยพผิดกม. ยกเลิกให้สัญญาติโดยกำเนิด
7.ขยายเวลาบังคับใช้กม.แบน TikTok 75 วัน
8.ยกเลิกรับ LGBTQ+ ในหน่วยงานรบ.กลาง – รับคนทำงานตามเพศสภาพแรกเกิด
9.ยกเลิกนโยบายคุมปัญญาประดิษฐ์-รถยนต์ไฟฟ้า
10.ประกาศส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคารโดยจะนำธงชาติสหรัฐไปปัก
นายทาริก จาซาเรวิช โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO)ได้แสดงความเสียใจการตัดสินใจของทรัมป์ ว่าสหรัฐจะพิจารณาใหม่อีกครั้ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการเจรจาที่สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันหรือผู้คนทั่วโลก
ขณะที่ นายกั่ว เจียคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนรู้สึกกังวลกับการถอนตัวดังกล่าว จีนจะสนับสนุน WHO ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเช่นที่เคยเป็นมา รวมถึงการทำงานเพื่อสร้างชุมชนสุขภาพร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ทั้งนี้บทบาท WHO ควรได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเท่านั้น ไม่ใช่ลดทอนลง
นายกั่วยังตอบคำถามถึงการถอนตัวของทรัมป์จากข้อตกลงกรุงปารีสว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นความท้าทายร่วมกันที่มนุษยชาติทุกคนต้องเผชิญ ไม่มีประเทศใดที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง โดยจีนจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อรับมือกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างจริงจัง

