สงครามยูเครนทวีปัญหาต้านยาจุลชีพ แพทย์เผยกว่า 80% ของผู้ป่วยดื้อยา
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สงครามที่เกิดขึ้นในยูเครนส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของภาวะการต้านยาจุลชีพ (AMR) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียมีวิวัฒนาการป้องกันตัวเองจากยาปฏิชีวนะและยารักษาอื่นๆ ทำให้ยาดังกล่าวไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ ดร. อันดรีย์ สโตรกัน กล่าวว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลฟิโอฟานิยา ในกรุงเคียฟ มีภาวะดื้อต่อยาปฏิชีวนะ โดยสงครามที่เกิดขึ้นยิ่งทวีความรุนแรงของปัญหานี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะพยายามปฏิบัติตามระเบียบด้านสุขอนามัยและใช้เครื่องมือป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างเคร่งครัด แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บการจากโจมตีทำให้เกิดความยากลำบากในการดูแลรักษา
สโตรกัน กล่าวเพิ่มว่า ภาวะสงครามทำให้เกิดการแพร่กระจายของแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ในแผนกผ่าตัด มีพยาบาลอยู่เพียงคนเดียวแต่ต้องดูแลผู้ป่วยกว่า 15-20 คน ทำให้ไม่สามารถที่จะดูแลความสะอาดล้างมือได้อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ได้เกิดการแพร่กระจายของการติดเชื้อ
ดร. โวโลดิเมียร์ ดูบีนา หัวหน้าแผนกผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมชนิโคฟ กล่าวว่า ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้นขึ้น มีความจำเป็นต้องเพิ่มเตียงผู้ป่วยจาก 16 เตียงเป็น 50 เตียง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้อพยพออกนอกพื้นที่ หรือเข้าร่วมกับกองทัพ ส่งผลให้จำนวนเจ้าหน้าที่ลดลง
การสู้รบที่ดำเนินมาอย่างยาวนานทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับเชื้อโรคที่หลากหลายมากกว่าปกติ เมื่อนายทหารถูกส่งตัวไปรักษา พวกเขาต้องผ่านโรงพยาบาลหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีเชื้อแบคทีเรียที่ทนต่อยาปฏิชีวนะของตนเอง โดยยูเครนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ประสบปัญหานี้ เมื่อปี 2021 มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อที่ต้านยาจุลชีพประมาณ 1.4 ล้านคนเท่าโลก และมีผู้เสียชีวิตถึง 66,730 คนในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2023 ด้วย

