คะแนนนิยมทรัมป์หลังรับตำแหน่งพุ่ง 47% เกินครึ่งไม่เห็นด้วยอภัยโทษบุกคองเกรส
ผลโพลที่จัดทำโดยรอยเตอร์และอิปซอสระบุว่า ชาวอเมริกัน 47% ให้การยอมรับกับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่ 2 หลังจากที่เขาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 20 มกราคม
ผลการสำรวจจัดทำขึ้นในวันที่ 20-21 มกราคม สะท้อนให้เห็นว่า คะแนนนิยมที่มีต่อตัวทรัมป์ถือได้ว่าสูงขึ้นมากกว่าตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งแรกในระหว่างปี 2017-2021
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นด้วยว่าชาวอเมริกันไม่พอใจกับการอภัยโทษผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาจากการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 โดยผู้ตอบแบบสอบถามราว 58% เห็นว่าทรัมป์ไม่ควรอภัยโทษให้กับคนเหล่านี้
ผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 29% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับวิธีที่ทรัมป์จัดการกับการนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบยุติธรรม หลังจากที่ทรัมป์เคยกล่าวหาโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ว่าบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมด้วยการฟ้องร้องเพื่อขัดขวางไม่ให้เขากลับมาดำรงตำแหน่ง และยังบอกอีกว่าเขาอาจใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อแก้แค้นคู่แข่งทางการเมืองของเขา
ในภาพรวมแล้วผู้ตอบแบบสอบถามมีทัศนคติที่ดีต่อแนวทางการดำเนินการของทรัมป์ในประเด็นอื่นๆ โดยราว 46% เห็นด้วยกับงานที่เขาทำเรื่องการย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวอเมริกันหลายคนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญสูงสุด
ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 58% เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า สหรัฐควรลดจำนวนผู้อพยพที่ได้รับอนุญาตให้ขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ชายแดนลง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อการดำเนินการหลังรับตำแหน่งของทรัมป์ในการระงับขั้นตอนการขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ชายแดนสหรัฐ ทรัมป์ยังประกาศให้การอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ และจำกัดสิทธิการเป็นพลเมืองสำหรับเด็กที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐ
ผลสำรวจนี้ถือเป็นการตั้งค่าความนิยมใหม่สำหรับทรัมป์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกด้วยคะแนนนิยม 43% และเพิ่มขึ้นเป็น 49% ในเดือนมกราคม 2017 แต่จบลงอย่างไม่สวยด้วยคะแนนนิยม 34% หลังเหตุโจมตีอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นความพยายามที่จะพลิกกลับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2020 ของเขา
เจคอบ รูบาชกิน นักวิเคราะห์การเมืองจาก Inside Elections กล่าวว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต ที่โดยปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐมักจะเริ่มต้นวาระการดำรงตำแหน่งด้วยคะแนนนิยมที่สูงกว่า 50%
ไบเดนเริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยคะแนนนิยม 55% แต่คะแนนนิยมของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 35% ก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกลายเป็นแรงผลักให้การรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ดีขึ้น
ผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 16% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า สหรัฐควรกดดันเดนมาร์กให้ขายกรีนแลนด์ให้กับสหรัฐ ซึ่งทรัมป์ให้เหตุผลว่าสหรัฐจำเป็นต้องควบคุมกรีนแลนด์ เพราะเป็นการรับประกันความมั่นคงของสหรัฐเอง
ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 29% เห็นว่า สหรัฐควรยึดคลองปานามาคืนจากปานามา ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของทรัมป์ โดยทรัมป์กล่าวหาปานามาว่ายกการควบคุมคลองปานามาให้แก่จีน ซึ่งรัฐบาลปานามาได้ปฏิเสธ
ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 21% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า สหรัฐมีสิทธิที่จะขยายอาณาเขตในซีกโลกตะวันตก และผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 38% บอกว่าพวกเขาเห็นด้วยกับนโยบาย “Make America Great Again” หรือทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของทรัมป์ อย่างน้อยก็ในบางประเด็น

