หน้าแรก ต่างประเทศ ปักกิ่งแซงนิว...

ปักกิ่งแซงนิวยอร์กยึดตำแหน่ง”เมืองมหาเศรษฐี”

25.02.16 | 18:25 น.
หวัง เจี้ยนหลิน

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ยึดตำแหน่งเมืองที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุด มาจากนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาได้เป็นครั้งแรก จากรายงานล่าสุดของ “หูรุ่น”บริษัทจัดอันดับในจีนที่ระบุว่า ขณะนี้มีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่งของจีนจำนวนทั้งสิ้น 100 คน เมื่อเทียบกับนครนิวยอร์กมีมหาเศรษฐีอยู่ 95 คน ส่วนนครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางการค้าสำคัญของจีนอยู่อันดับ 5

ในรายงานประจำปีรายชื่อบุคคลร่ำรวยโลกในช่วง 5 ปีที่หูรุ่นทำการสำรวจโดยใช้มาตรวัดสถานะความร่ำรวยของเหล่ามหาเศรษฐีเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ยังพบว่า กรุงปักกิ่งมีมหาเศรษฐีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วจำนวน 32 คน แซงหน้านครนิวยอร์กที่มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 4 คนเท่านั้น

หากประเมินในภาพรวมจีนยึดตำแหน่งประเทศที่มีจำนวนมหาเศรษฐีมากที่สุดมาจากสหรัฐอเมริกา โดยจีนมีจำนวนมหาเศรษฐีอยู่ในประเทศทั้งสิ้น 568 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 90 ราย ขณะที่ในสหรัฐมีมหาเศรษฐี 535 ราย ทว่าใน 10 อันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของหูรุ่น ล้วนแต่เป็นมหาเศรษฐีชาวอเมริกันทั้งสิ้น ขณะที่ทรัพย์สินของมหาเศรษฐีในจีนรวมกันมีมูลค่าสุทธิสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณการณ์ได้พอๆกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ของออสเตรเลีย

ส่วนมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนจากการจัดอันดับของหูรุ่น คือ นายหวัง เจี้ยนหลิน เจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีทรัพย์สินมูลค่าราว 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี สถานะความร่ำรวยของนายหวังยังไม่สามารถทะลุแทรกเข้าไปอยู่ใน 10 อันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกที่มีแต่มหาเศรษฐีชาวอเมริกันทั้งหมดได้ โดยมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกยังคงเป็น บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ ที่มีทรัพย์สิน 80,000 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ ประธานและซีอีโอบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ มีทรัพย์สิน 68,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3 ได้แก่ อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังชาวสเปน มี 64,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันมีมหาเศรษฐีทั่วโลกอยู่ทั้งสิ้น 2,188 คน

ด้านนายรูเพิร์ต ฮูจเวิร์ฟ ประธานบริษัทหูรุ่น กล่าวว่า ความร่ำรวยในจีนยังสามารถเติบโตได้แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวและตลาดหุ้นยังขาดเสถียรภาพก็ตาม นั่นอาจเป็นเพราะคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์จีนยกเลิกคำสั่งห้ามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปที่บังคับใช้มาเป็นเวลาหลายปีไป

Advertisement