ประท้วงรับวันชาติออสเตรเลีย ทุบรูปปั้นบุคคลสำคัญ ลั่นไม่ใช่วันฉลองหลังล่าอาณานิคม
เมื่อวันที่ 26 มกราคม เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วออสเตรเลีย โดยมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากร่วมประท้วงกับชนเผ่าพื้นเมืองอะบอริจินว่าไม่ควรเฉลิมฉลองให้วันนี้เป็นวันชาติด้วยเหตุว่าเป็นวันเดียวกันที่กัปตันเจมส์ คุก เดินทางมาถึงอ่าวซิดนีย์และประกาศให้สหราชอาณาจักรครอบครองออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
ที่ย่านธุรกิจของเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่ามีประชาชนประมาณ 25,000 คนลงถนน อีกจากนั้น ในที่ประท้วงก็มีการพูดถึงความกดขี่ที่ชาวอะบอริจินต้องเผชิญ รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างที่ถูกจับกุมตัวโดยตำรวจ หญิงชาวอะบอริจินที่สูญหายและถูกฆาตกรรม สิทธิในการถือครองดินแดน และการผลัดดันให้เกิดสนธิสัญญาคุ้มครองชนพื้นเมืองด้วย อีกทั้ง ในซิดนีย์ ผลงานศิลปะของเจมส์ พี. ซีมอน ศิลปินชาวอะบอริจิน ถูกแสดงทั่วประเทศ
ในขณะเดียวกัน รูปปั้นของจอห์น แบทแมน ผู้ที่ก่อตั้งเมลเบิร์น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารคนพื้นเมือง ถูกทำลาย และอนุสาวรีย์ทหารสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกราดด้วยสีแดงและมีการเขียนข้อความว่า “เอาดินแดนเรากลับมา” นอกจากนั้น ผู้ประท้วงยังถือธงชาติปาเลสไตน์ และพูดถึงประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันระหว่างชาวอะบอริจินและชาวปาเลสไตน์อีกด้วย
อแมนดา ฮิลล์ ชาวอะบอริจินรายหนึ่ง กล่าวว่า “วันรุกราน เกี่ยวกับความอยู่รอดของพวกเราชนพื้นเมือง พวกเรายังคงอยู่ที่นี้ แต่พวกเรายังไม่ไปไหน เหมือนที่คุณเห็น ไม่ว่าพวกคุณจะพยายามกลืนกินเราแค่ไหน แต่พวกเรายังคงอยู่ที่นี้”
นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีซีของออสเตรเลียพยายามให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ชาวอะบอริจินมีสิทธิมีเสียงมากขึ้นในรัฐสภา แต่ก็ถูกคัดค้านอย่างหนักในการลงประชามติเมื่อปี 2023
ผู้นำฝ่ายค้าน ปีเตอร์ ดัตตัน กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ชาวออสเตรเลีย “ไม่ควรกลัวที่จะเฉลิมฉลอง” วันชาติออสเตรเลีย และกล่าวว่าทุกคนควรอยู่ร่วมกันภายใต้ธงเดียว ตนจะนำธงของชาวอะบอริจินและธงชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสออกไปจนสถานที่แถลงข่าว หากเขาชนะการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม อีกด้วย

