ผู้รอดชีวิตค่ายกักกันเอาซ์วิทซ์ออกเตือนกลางงานรำลึก 80 ปี วันปลดปล่อย กระแสต่อต้านยิวพุ่งสูง
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่พิธีรำลึกวันครบรอบ 80 ปีวันปลดปล่อยค่ายกักกันเอาซ์วิทซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายกักกันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่เป็นคนยุโรปในโปแลนด์ ที่ได้รับการปลดปล่อยโดยกองทัพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้รอดชีวิตประกาศเตือนภัยของกระแสแนวคิดต่อต้านชาวยิวที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การจู่โจมโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ทำให้เกิดการประท้วงต่อรัฐบาลอิสราเอลในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ยุโรป อเมริกาเหนือ ไปจนถึงออสเตรเลีย
มาเรียน ทูร์สกี (Marian Turski) วัย 98 ปี ที่ถูกส่งตัวไปที่ค่ายเอาซ์วิทซ์เมื่อปี 1944 และเป็นผู้รอดชีวิตค่ายกักกันบูเคินวัลท์ในปี 1945 กล่าวว่า “กระแสแนวคิดต่อต้านชาวยิวพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน และมันคือแนวคิดนี้เองที่นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โปรดอย่ากลัวที่จะเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราสามารถแก้ปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้”
เลออน ไวน์ทรอบ (Leon Weintraub) อดีตแพทย์ วัย 99 ปี ที่พลัดพรากจากครอบครัวและถูกส่งตัวไปที่ค่ายเอาซ์วิทซ์เมื่อปี 1944 เตือนอันตรายในเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า “ผมขอให้มีความพยายามมากขึ้นในการจัดการกับแนวคิดเช่นนี้ ที่เคยส่งผลกระทบต่อพวกเราที่ออกมารำลึกเหตุการณ์ในวันนี้”
ด้านโทวา ฟรีดมัน (Tova Friedman) นักเขียนและนักวิชาการ วัย 86 ปี กล่าวว่า “80 ปีของการปลดปล่อย โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตอีกครั้ง ค่านิยมของชาวยิวคริสเตียนถูกบดบังไปด้วยอคติ ความกลัว ความระแวง และลัทธิสุดโต่ง การต่อต้านชาวยิวที่แพร่หลายในวงกว้างเป็นสิ่งที่น่าตกใจ”
ในพิธี มีผู้นำจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมไว้อาลัยถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น อาทิ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายอันด์แชย์ ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ นอกจากนี้ ในด้านอิสราเอล นายโยอาฟ คิช (Yoav Kisch) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนรัฐบาล เข้าร่วมงาน
ทั้งนี้ ผู้นำข้างต้นไม่ได้กล่าวถ้อยแถลงแต่นั่งรับฟังสุนทรพจน์ที่กล่าวโดยเหยื่อของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติ

