เลขาฯยูเอ็น วอนมะกัน ขอยกเว้นคำสั่งระงับความช่วยเหลือต่างประเทศ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 27 มกราคมว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาพิจารณาการยกเว้นเพิ่มเติมเรื่องการระงับความช่วยเหลือต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะยังมีการช่วยเหลือการพัฒนาที่สำคัญและกิจกรรมด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ ประกาศหยุดการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว เนื่องจากต้องตรวจสอบเงินช่วยเหลือต่างประเทศเพื่อดูว่าจะสอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของตนเองหรือไม่
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเสี่ยงต่อการตัดงบประมาณความช่วยเหลือชีวิตผู้คนมากมายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปีงบประมาณ 2023 สหรัฐจัดสรรเงินช่วยเหลือดังกล่าวมีมูลค่า 72,000 ดอลล้านสหรัฐ หรือราว 2.44 ล้านล้านบาท
นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของเลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า สหรัฐคือหนึ่งในผู้บริจาคเงินรายใหญ่ของยูเอ็นในการช่วยเหลือการพัฒนาด้านมนุษยธรรมโดยสมัครใจ ทำให้หน่วยงานทั่วโลกพยายามหาคำตอบว่าการระงับความช่วยเหลือดังกล่าวจะมีผลกระทบอย่างไร
“เรารู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อความมีน้ำใจของสหรัฐที่มอบให้มาโดยตลอด เราอยากจะทำงานร่วมกันต่อในการประเมิน รับฟังและจัดการกับข้อกังวลของคณะรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐ และขณะเดียวกันก็จะทำให้แน่ใจว่ากลุ่มที่เปราะบางที่สุดยังคงได้รับการปกป้องอยู่” โฆษกของเลขาธิการยูเอ็นกล่าวกับผู้สื่อข่าว และกล่าวเสริมว่า นายกุแตเรซตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ในการสนับสนุนการพัฒนาที่จำเป็นอย่างมากแก่ผู้คนที่กำลังต่อสู้กับความท้าทายที่ยากเข็ญที่สุดที่ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญอยู่
แม้ในหมู่สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐ องค์กรช่วยเหลือต่างๆ และยูเอ็นยังคงมีสับสนเกี่ยวกับขอบเขตคำสั่งของทรัมป์อยู่บ้าง แต่ก็เป็นที่กระจ่างในวันศุกร์ (24 ม.ค.)ที่ผ่านมา เมื่อกระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกคำสั่ง “หยุดทำงาน” ในการความช่วยเหลือจากต่างประเทศทั้งหมดและระงับความช่วยเหลือใหม่ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเท

