กลับลำ! รูบิโอ-โฆษกทำเนียบขาว ประสานเสียง ทรัมป์แค่เสนอย้ายชาวปาเลสไตน์ชั่วคราว
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และคาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาแก้ลำและลดความเสียหายจากการประกาศว่าจะขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นริเวียราแห่งตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า ทรัมป์เพียงแต่พยายามที่จะย้ายชาวกาซาประมาณ 1.8 ล้านคนออกจากฉนวนกาซาเป็นการชั่วคราว เพียงเพื่อให้มีการฟื้นฟูพื้นที่เท่านั้น
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ทรัมป์เรียกร้องให้ย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างถาวร และเปิดโอกาสให้ส่งทหารสหรัฐไปประจำการที่นั่น เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการฟื้นฟูครั้งใหญ่ ที่แม้แต่สมาชิกรัฐสภาของพรรครีพับลิกันเองก็ปฏิเสธข้อเสนอของทรัมป์ ที่ให้สหรัฐเป็นเจ้าของดินแดนฉนวนกาซา เช่นเดียวกับชาวปาเลสไตน์และชาติในตะวันออกกลางที่พากันคัดค้านแนวคิดของทรัมป์
รูบิโอซึ่งอยู่ระหว่างเยือนกัวเตมาลาได้กล่าวถึงข้อเสนอของทรัมป์ระหว่างแถลงข่าวว่า เป็นข้อเสนอที่แสดงถึงความใจกว้างอย่างมาก ที่จะช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายเศษซากและบูรณะพื้นที่ดังกล่าว หลังจากการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่กินเวลานาน 15 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้เห็นได้ชัดว่าผู้คนจะต้องมีที่อยู่อาศัยระหว่างที่คุณสร้างมันขึ้นมาใหม่
รูบิโอยืนกรานว่าจุดยืนของทรัมป์ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นปฏิปักษ์ “สิ่งที่เขาเสนออย่างเอื้อเฟื้อมากคือความสามารถของสหรัฐที่จะเข้าไปช่วยเคลื่อนย้ายเศษซาก ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายอาวุธ ช่วยเหลือบูรณะ สร้างบ้านเรือนและธุรกิจใหม่ รวมถึงสิ่งต่างๆ ในลักษณะนี้ขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้คนสามารถย้ายกลับเข้าไปได้”

ด้านเลวิตต์กล่าวในการแถลงข่าวกับนักข่าวที่วอชิงตันว่า กาซาเป็นพื้นที่ที่ต้องทำการรื้อถอนโดยอ้างถึงสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น เธอพูดไปในทางเดียวกับทรัมป์ที่ปฏิเสธที่จะไม่ส่งทหารสหรัฐเข้าไปในฉนวนกาซา โดยระบุว่าประธานาธิบดีต้องการรักษาอิทธิพลนั้นไว้สำหรับการเจรจา
“ประธานาธิบดีได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานออกจากกาซาชั่วคราว เพราะขณะนี้มันเป็นสถานที่ที่มนุษย์ไม่อาจอยู่อาศัยได้ และมันเป็นเรื่องชั่วร้ายที่จะบอกว่าผู้คนควรอาศัยอยู่ในสภาพที่เลวร้ายย่ำแย่เช่นนี้” เลวิตต์กล่าว พร้อมย้ำว่า ทรัมป์ตัดสินใจที่จะไม่ส่งเงินจากสหรัฐไปเพื่อช่วยเหลือในการฟื้นฟูฉนวนกาซาด้วย
ความคิดเห็นของพวกเขาสวนทางกับทรัมป์ที่กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “หากเราสามารถหาพื้นที่ที่สวยงามเพื่อตั้งถิ่นฐานผู้คนอย่างถาวร ในบ้านที่สวยงาม ที่พวกเขาจะมีความสุข ไม่ถูกยิง ไม่ถูกฆ่า และไม่ถูกแทงจนตายเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในกาซา” และเสริมว่า เขามองเห็นการเป็นเจ้าของระยะยาวของสหรัฐ ในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ขณะที่ในการประชุมกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่เพนตากอนเมื่อวันพุธ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพพร้อมที่จะพิจารณาทางเลือกทั้งหมดสำหรับการฟื้นฟูกาซา “เรารอคอยที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา คู่หูของเรา ทั้งทางการทูตและการทหาร เพื่อพิจารณาทางเลือกทั้งหมด
ในการสัมภาษณ์กับ Fox News เนทันยาฮูย้ำคำชมเชยที่มีต่อทรัมป์อีกครั้งว่า “เป็นแนวคิดที่น่าทึ่ง และผมคิดว่าควรดำเนินการอย่างจริงจัง พิจารณา และดำเนินการ เพราะผมคิดว่ามันจะสร้างอนาคตที่แตกต่างสำหรับทุกคน”
ด้านอียิปต์ จอร์แดน และพันธมิตรอื่นๆ ของสหรัฐในตะวันออกกลางได้เตือนทรัมป์ว่า การย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาจะคุกคามเสถียรภาพของตะวันออกกลาง เสี่ยงต่อการขยายความขัดแย้ง และทำลายความพยายามที่ยาวนานหลายทศวรรษของสหรัฐและพันธมิตรในการแก้ปัญหาโดยยึดแนวทางสองรัฐ
กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียตอบโต้ทรัมป์อย่างรุนแรง โดยระบุว่าการเรียกร้องที่ยาวนานของซาอุดีอาระเบียให้ปาเลสไตน์เป็นอิสระนั้นเป็นจุดยืนที่มั่นคง แน่วแน่ และไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐเกี่ยวกับข้อตกลงรับรองอิสราเอลทางการทูตเพื่อแลกกับข้อตกลงด้านความมั่นคงและเงื่อนไขอื่นๆ
“หน้าที่ของชุมชนระหว่างประเทศในปัจจุบันคือการทำงานเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสของประชาชนชาวปาเลสไตน์ ซึ่งจะยังคงยึดมั่นในดินแดนของตนและจะไม่เปลี่ยนแปลง” แถลงการณ์ของซาอุดีอาระเบียระบุ
ชาวปาเลสไตน์ ชาติอาหรับ และประเทศอื่นๆ ปฏิเสธแม้กระทั่งการย้ายถิ่นฐานชั่วคราวจากฉนวนกาซา ซึ่งขัดต่อนโยบายของสหรัฐเองที่เรียกร้องให้จัดตั้งรัฐปาเลสไตน์โดยไม่มีการอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาหรือเวสต์แบงก์อีกต่อไป

