หน้าแรก ต่างประเทศ ทีมทรัมป์บี้ป...

ทีมทรัมป์บี้ปฏิรูปอนามัยโลก เปิดทางชาวอเมริกันนั่งผู้นำองค์กร

6.02.25 | 15:15 น.
AP

ทีมทรัมป์บี้ปฏิรูปอนามัยโลก เปิดทางชาวอเมริกันนั่งผู้นำองค์กร

รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศกลับลำจากการถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังพิจารณาแผนปฏิรูปองค์กร ซึ่งรวมถึงให้มีการแต่งตั้งชาวอเมริกันขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่หลังวาระของนายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส สิ้นสุดลงในปี 2027

เอกสารข้อเสนอแนะยังเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษจากสหรัฐในปี 2025 ซึ่งจะรายงานตรงต่อทรัมป์และทำเนียบขาว เพื่อดูแลการเจรจากับ WHO เกี่ยวกับการปฏิรูปที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่สหรัฐจะถอนตัวออกจากองค์กรในปีถัดไป

ปัจจุบัน การประสานงานของ WHO ถูกดูแลโดยกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุขและบริการสังคมของสหรัฐ โดยผู้แทนพิเศษจะทำหน้าที่ผลักดันให้มีเจ้าหน้าที่จากสหรัฐขึ้นเป็นผู้นำองค์กรด้านสุขภาพโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเอกสารระบุว่า การขาดความเป็นผู้นำของอเมริกาที่ระดับสูงสุดใน WHO เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินทุนของอเมริกาเสียไปและทำให้องค์กรลดประสิทธิภาพลง

แหล่งข่าวเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและไม่ชัดเจนว่าจะมีการนำคำแนะนำดังกล่าวไปปฏิบัติหรือไม่ แต่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าต้องมีการดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว เพื่อที่สหรัฐจะยังคงเป็นสมาชิกขององค์กรต่อไป

Advertisement

คำแนะนำของทีมงานในช่วงเปลี่ยนผ่านของทรัมป์สรุปว่า WHO เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่วุ่นวายที่สุดและมีประสิทธิภาพน้อยที่สุด ทั้งยังล้มเหลวที่จะทำตามแผนปฏิรูปในอดีต พร้อมยอมรับว่าการออกจาก WHO จะกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐเอง แต่การอยู่ในองค์กรก็ไม่ใช่เรื่องดีหากไม่มีการปฎิรูป

โซเรน บรอสตรอม ผู้อำนวยการฝ่ายการเปลี่ยนแปลงของ WHO ได้ปฏิเสธคำวิจารณ์เหล่านี้ โดยกล่าวว่า องค์กรได้ดำเนินการปฏิรูปที่สำคัญที่สุดจนถึงปัจจุบันภายใต้การนำของเท็ดรอส เราปฏิรูปอย่างเต็มที่ และเรารู้ว่าเรายังคงอยู่ในกระบวนการปฎิรูป โดยอ้างถึงการยกระดับความเป็นอิสระจากผู้บริจาคโดยการปฏิรูปโมเดลการเงินขององค์กร การให้ความเป็นอิสระแก่ผู้อำนวยการในประเทศที่อยู่นอกสำนักงานใหญ่ และการต้องมีความโปร่งใสในการใช้จ่าย

บรอสตรอมกล่าวว่า งานของ WHO อาจจะซับซ้อนกว่าองค์กรอื่นๆ ของสหประชาชาติเนื่องจากขอบเขตงานที่กว้างขวาง แต่เน้นย้ำว่าการตอบสนองต่อวิกฤตสุขภาพของ WHO นั้นห่างไกลจากการทำให้เกิดความโกลาหล แต่หากสมาชิกประเทศมีข้อเรียกร้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิรูป เราก็จะพยายามทำตามนั้น