People in Focus : ‘ซิงซิง’ ชนวนมาตรการตัดไฟจีนเทา 

7.02.25 | 09:00 น.

People in Focus: ‘ซิงซิง’ ชนวนมาตรการตัดไฟจีนเทา 

กรณีซิงซิง นักแสดงชาวจีน ตกเป็นหยื่อขบวนการค้ามนุษย์จีนเทา หลอกให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน พ่นพิษต่อการท่องเที่ยวไทยอย่างหนัก โดยนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากยกเลิกแผนการเดินทางมาไทยในช่วงวันตรุษจีน ผนวกกับการที่นายหลิว จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ขอให้ไทยตัดน้ำตัดไฟที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มอาชญกรรมที่ตั้งหลักปักฐานในเมืองชเวก๊กโก จังหวัดเมียวดี ปลุกกระแสจี้ให้รัฐบาลไทยใช้มาตรการจัดการกับเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ว่าไทยเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก

หลังจากที่กระทรวง ทบวง กรมผลักภาระกันไปมาเป็นอาทิตย์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ไทยสับคัตเอาท์ตัดไฟไปยังเมียนมาเรียบทั้ง 5 จุดซื้อขาย ตามมติของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทั้งนี้ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นมาตรการเด็ดขาด แต่กลุ่มจีนเทายังคงสามารถใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ และน่าจะเตรียมการพร้อมรับมือไว้อยู่แล้วตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาได้มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงแค่มาตรการชั่วคราวก่อนที่นายกรัฐมนตรีของไทยต้องพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งอาจมีการตั้งคำถามถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการหารือในวันที่ 6 กุมภาพันธ์

การทลายแก๊งจีนเทาในสภาพที่เมียนมาแตกกันเป็นก๊กเหล่านั้นเป็นโจทย์ยาก แต่ละกลุ่มชาติพันธ์มีอำนาจในเขตปกครองของตน บวกกับเจตจำนงที่ต้องการหนุนขีดความสามารถเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตย ที่มีการก่ออาชญกรรม ตลอดจนการค้ายาเสพติดเป็นเลือดหล่อเลี้ยง ขณะที่รัฐบาล SAC ก็อ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนเดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเองแสดงให้ว่า จีนพยายามจัดการปัญหาชาวจีนที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง หลังจากที่สามารถปิดตำนานกลุ่มจีนเทาในเมืองเล้าก์ก่ายได้สำเร็จ แต่นั่นก็มีปัจจัยหลักมาจากการที่มีชายแดนติดกัน แต่ด้วยชเวก๊กโกไม่ได้อยู่ติดกับจีน สามารถสังเกตุได้ว่าจีนกำลังโยนเผือกร้อนให้กับไทยเพื่อแก้ปัญหา

Advertisement

ความร่วมมือไทย-จีนในการแก้ไขปัญหาจีนเทาเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยส่งเสริมศักยภาพในการจัดการกับปัญหาที่คนไทยได้รับผลกระทบ แต่จะให้ดีกว่านี้ไทยต้องเป็นผู้นำในความร่วมมือ และไม่ควรให้มหาอำนาจมามีบทบาทชี้นำมากเกินไป