
นายกฯโสมใต้ ให้การต่อสภา ยันทักท้วงปธน.ยุนแล้ว แต่ยังดื้อแพ่งสั่งกฎอัยการศึก
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การไต่สวนคดีเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งกรณีประธานาธิบดียุน ซอกยอลของเกาหลีใต้ ถูกกล่าวหาว่าก่อกบฎจากการประกาศกฎอัยการศึกป่วนประเทศเมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมานั้นยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุด นายฮัน ด็อกซู นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ ที่เผชิญการถูกพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วย ได้ให้การต่อรัฐสภาในวันเดียวกันนี้ว่า ทุกคนที่เข้าร่วมในการประชุมรัฐมนตรีที่มีประธานาธิบดียุนนั่งหัวโต๊ะนั้น ต่างคัดค้านและแสดงความกังวล ตลอดจนได้หยิบยกปัญหาที่มองว่าอาจจะเกิดขึ้นตามมาให้เห็นแล้ว หากประธานาธิบดียุนตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก
ด้านนายชเว ซังม็อก รักษาการประธานาธิบดีและรัฐมนตรีคลัง กล่าวต่อคณะกรรมการรัฐสภาว่า ความท้าทายใหญ่ที่สุดที่ประเทศกำลังเผชิญ มีรวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนและความเปลี่ยนแปลงในระเบียบระหว่างประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

ด้านประธานาธิบดียุนได้ปรากฎตัวในการไต่สวนคดีถอดถอนเขาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายนายได้ขึ้นให้การต่อศาลถึงบทบาทของตนเองในการเคลื่อนกำลังทหารไปยังรัฐสภาในขณะที่ประธานาธิบดียุนประกาศใช้กฎอัยการศึกในช่วงเวลานั้น ซึ่งมีผลเพียง 6 ชั่วโมงก่อนจะถูกส.ส.ในสภาโหวตคว่ำในคืนเดียวกัน
พันเอกคิม ฮยอนแท หัวหน้าหน่วยทหารชุดปฏิบัติการพิเศษ 97 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนนั้น ให้การต่อศาลว่าภารกิจของตนคือการปิดล้อมอาคารรัฐสภา ห้องโถงสภาและรักษาความปลอดภัยอาคารต่างๆ
พันเอกคิมกล่าวว่า หลังจากเข้าไปภายในรัฐสภา ควัก จงกึน ผู้บัญชาการกองบัญชาการสงครามพิเศษ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของเขา ได้สั่งให้เขาเข้าไปภายในอาคารหลักของรัฐสภาที่บรรดาส.ส.รวมตัวกันอยู่เพื่อโหวตคว่ำกฎอัยการศึก โดยผบ.ควักยังสั่งให้เขาสกัดไม่ให้มีการชุมนุมกันเกินกว่า 150 คน แต่หน่วยของเขาก็ไม่สามารถเข้าไปในสภาได้
พันเอกคิมให้การว่าไม่ชัดเจนว่าคำสั่งให้สกัดดังกล่าวหมายถึงส.ส.หรือไม่ ทั้งนี้ในการโหวตลงคะแนนเสียงของรัฐสภาจำเป็นต้องมีเสียงของส.ส. 150 เสียง เพื่อให้ครบองค์ประชุมในการโหวตให้คำสั่งกฎอัยการศึกเป็นโมฆะ แต่ในท้ายที่สุดมีเสียงส.ส.โหวตคว่ำการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุนรวม 190 เสียง
ด้านผบ.ควัก ซึ่งถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่และถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีจากการมีส่วนร่วมในการประกาศใช้กฎอัยการ ได้ให้การต่อศาลว่าประธานาธิบดียุนเป็นผู้สั่งการโดยตรงให้เขาลากตัวผู้คนที่อยู่ภายในสภาออกไป เนื่องจากส.ส.จากที่อยู่ในขณะนั้นยังไม่ครบองค์ประชุม
นอกจากนี้เขายังให้การว่าเมื่อมองย้อนกลับไป เขาคิดว่าการเคลื่อนกำลังทหารไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิดและเขาเสียใจที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้
ก่อนหน้านั้นผบ.ควักให้การต่อรัฐสภาว่าประธานาธิบดียุนไม่ได้ร้องขอให้เขาปกป้องพลเรือนหรือถอนกำลังทหารออกไปซึ่งขัดกับคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดียุน
ทั้งนี้ประธานาธิบดียุนปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำผิด รวมถึงปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีการพยายามจับกุมนักการเมือง ทั้งยังปกป้องการตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกว่าเป็นอำนาจของเขาในฐานะประมุขแห่งรัฐ ขณะที่เขากล่าวอ้างในศาลรัฐธรรมนูญว่าเขาเรียกผบ.ควักมาเพื่อให้ตรวจดูสถานการณ์และความปลอดภัยเท่านั้น
