หน้าแรก ต่างประเทศ สื่อเมียนมา เ...

สื่อเมียนมา เผย ฝั่งลาวลดจ่ายไฟ ท่าขี้เหล็ก เหลือ 13 เมกะวัตต์ จาก 30 เมกะวัตต์ ลั่นใช้เกินตัดไฟทันที

7.02.25 | 09:07 น.

สื่อเมียนมา เผย ฝั่งลาวลดจ่ายไฟ ท่าขี้เหล็ก เหลือ 13 เมกะวัตต์ จาก 30 เมกะวัตต์ ระบุ หากใช้เกินตัดไฟทันที

จากกรณีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ทยอยตัดไฟทีละจุด เริ่มที่จุดแรกในเวลา 09.00 น. กฟภ.ได้เริ่มตัดไฟ เริ่มจากจุด 1.จุดซื้อขายบริเวณบ้านพระเจดีย์สามองค์-เมืองพญาตองซู รัฐมอญ 2.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า-เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน 3.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านเหมืองแดง-เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน 4.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2-เมืองเมียวดี และ 5.จุดซื้อขายไฟฟ้าบริเวณบ้านห้วยม่วง-เมืองเมียวดีนั้น

มีรายงานล่าสุดจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แจ้งว่า หลังการตัดไฟฟ้าแล้วประชาชนในจังหวัดท่าขี้เหล็กต่างพากันออกมาซื้อน้ำมันเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องปั่นไฟ ทำให้รถติดยาวมากกว่า 1 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน Tachileik News Agency สำนักข่าวอิสระเมียนมา ได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ของ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หลังไทยตัดไฟฟ้าแล้ว ระบุว่า ลาวได้ลดการจ่ายไฟฟ้าให้ท่าขี้เล็กเหลือ 13 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ต้องจัดลำดับความสำคัญในการแจกจ่ายใหม่

Advertisement

เนื่องจากการที่รัฐบาลไทยตัดไฟฟ้าที่ส่งไปยังประเทศเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งให้เหตุผลว่า เป็นมาตรการเพื่อป้องกันเครือข่ายอาชญากรรมของแก๊งจีนที่แฝงตัวอยู่ตามแนวชายแดน ส่งผลให้เมืองท่าขี้เหล็กต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากลาวแทน โดยก่อนหน้านี้ได้ตกลงซื้อมากถึง 30 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทางฝั่งลาวได้แจ้งว่า จะลดปริมาณไฟฟ้าที่จ่ายให้เหลือเพียง 13 เมกะวัตต์ โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจน

คณะกรรมการไฟฟ้าเมืองท่าขี้เหล็กจึงต้องวางแผนกระจายไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยแบ่งเป็น 5 เมกะวัตต์ ให้กับคณะกรรมการไฟฟ้าหลัก และ 8 เมกะวัตต์ให้สำนักงานสาขา เพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ตามลำดับความสำคัญ

การจัดลำดับความสำคัญของผู้ใช้ไฟฟ้า

1.กลุ่มที่ได้รับความสำคัญสูงสุด (Priority 1)

  • สถานศึกษา หน่วยงานด้านสังคม และสถานพยาบาล
  • หน่วยงานราชการ
  • อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น โรงน้ำดื่ม โรงน้ำแข็ง และระบบโทรคมนาคม
  • ธนาคารและสถาบันการเงิน
  • ไฟฟ้าจะถูกจ่ายให้กลุ่มนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ

2.กลุ่มที่ได้รับความสำคัญรองลงมา (Priority 2)

  • โรงแรม โรงแรมม่านรูด และเกสต์เฮาส์
  • ร้านอาหาร บาร์ คาราโอเกะ และสถานบันเทิง
  • การจ่ายไฟให้กับกลุ่มนี้จะเป็นแบบหมุนเวียนตามช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่สามารถจ่ายได้

3.ประชาชนทั่วไปในเขตที่อยู่อาศัย

  • บ้านเรือนทั่วไปที่ใช้มิเตอร์ไฟฟ้ามาตรฐานยังคงได้รับไฟฟ้าตามปกติ
  • ร้านอาหารขนาดใหญ่จะได้รับไฟฟ้าตามสถานการณ์ หากมีไฟฟ้าเพียงพอก็จะสามารถจ่ายให้ได้เต็มที่

ผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ เมืองท่าขี้เหล็กได้รับไฟฟ้าจากทั้งไทย (20 เมกะวัตต์) และลาว (30 เมกะวัตต์) รวม 50 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการจ่ายไฟให้แก่ 11 เขตในเมืองและ 7 กลุ่มหมู่บ้าน โดยมีผู้ใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 22,500 ครัวเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้หม้อแปลงไฟฟ้ากว่า 600 ตัว แต่การที่ลาวลดการจ่ายไฟเหลือเพียง 13 เมกะวัตต์ ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง

ตัวแทนจากคณะกรรมการไฟฟ้าเมืองท่าขี้เหล็ก เปิดเผยว่า “ทางลาวแจ้งว่า หากใช้ไฟฟ้าเกิน 13 เมกะวัตต์ จะตัดไฟทั้งหมดทันที ซึ่งขณะนี้เราได้รายงานเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานระดับรัฐและรัฐบาลกลางของเมียนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เราไม่ทราบแน่ชัดว่ามีแรงกดดันจากฝ่ายใดที่ทำให้ลาวลดปริมาณไฟฟ้าที่ส่งมาให้ ทั้งที่มีข้อตกลงขายไฟให้เราถึง 30 เมกะวัตต์”

นอกจากนี้ ในช่วงก่อนปี 2019 คณะกรรมการไฟฟ้าท่าขี้เหล็กเคยอยู่ภายใต้การบริหารของผู้ว่าราชการอำเภอ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านความโปร่งใสและการดำเนินงานที่ล่าช้า แต่หลังจากปรับโครงสร้างให้เป็นการบริหารโดยภาคประชาชน ก็สามารถพัฒนาและบริหารจัดการไฟฟ้าได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการตัดไฟจากทั้งไทยและลาวในครั้งนี้ส่งผลให้เมืองท่าขี้เหล็กต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดการพลังงานอีกครั้ง

ปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเมืองท่าขี้เหล็กเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมถึงเมืองต่าเหล่และเมืองเชียงลับในรัฐฉานตะวันออก ซึ่งต้องซื้อไฟฟ้าจากลาวเช่นกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจเกิดวิกฤตไฟฟ้าขาดแคลนในวงกว้าง