แอละแบมาประหารนักโทษด้วยการรมแก๊สไนโตรเจนรายที่ 4 ของสหรัฐ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา ประหารนักโทษด้วยการรมแก๊สไนโตรเจน เป็นรายที่ 4 ของประเทศ
เจ้าหน้าที่เรือนจำได้แจ้งว่า นายเดมีเรียส เฟรเซียร์ วัย 52 ปี ได้เสียชีวิตลงในเวลา 18.36 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ที่เรือนจำแอละแบมา หลังจากถูกตัดสินประหารชีวิต จากการก่อเหตุคดีฆาตกรรมพอลีน บราวน์ หญิงสาววัย 41 ปี เมื่อปี ค.ศ.1991 ขณะที่เธอนอนหลับอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ และนายเฟรเซียร์ ได้บุกเข้าไปข่มขืนและฆ่าเธอ
ทั้งนี้ ถือเป็นการประหารนักโทษรายแรกของปีนี้ของรัฐแอละแบมา และเป็นรายที่ 3 ของสหรัฐอเมริกาในปีนี้ หลังจากการฉีดยาประหารนักโทษที่รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และอีกรายที่เซาธ์แคโรไลนา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์
โดยนายเฟรเซียร์ ได้ระบุไว้ก่อนเสียชีวิตว่า “ต้องขอโทษต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงของพอลีน บราวน์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพอลี บราวน์ ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย นายเฟรเซียร์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน เกร็ตเชน วิทเมอร์ ถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า ความล้มเหลวของเธอในการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ส่งตัวนายเฟรเซียร์กลับไปรับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่รัฐมิชิแกน ก่อนจะบอกว่า คำพูดสุดท้ายของเขา คือ เขารักทุกๆคนในแดนประหาร
ทั้งนี้ เฟรเซียร์ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตที่รัฐมิชิแกน เมื่อปี 1992 ในข้อหาฆาตกรรม คริสตัล เคนดริก วัย14 ปี ก่อนที่ในปี 1996 คณะลูกขุนรัฐแอละแบมา จะตัดสินว่าเขามีความผิดฐานฆาตกรรมบราวน์ และคณะลูกขุนลงคะแนนเสียงตัดสินประหารชีวิตเฟรเซียร์ 10 ต่อ 2 โดยเฟรเซียร์ ยังอยู่ในเรือนจำมิชิแกน จนถึงปี 2011 ก่อนที่จะมีการย้ายเฟรเซีร์ไปรอโทษประหารที่แอละแบมา
ข่าวระบุว่า แอละแบมาเป็นรัฐแรกที่มีโทษประหารด้วยการรมแก๊สไนโตรเจน และมีการประหารนักโทษด้วยการรมแก๊สไป 3 รายเมื่อปีที่ผ่านมา เฟรเซียร์จึงถือเป็นนักโทษคนที่ 4 ของสหรัฐที่ถูกประหารด้วยการรมแก๊สไนโตรเจน

